
เขาพระวิหารกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน
เขียนโดย webmaster เมื่อ 4 ธันวาคม, 2009 - 02:14.
คอลัม:
เลนส์มุสลิม โดยอิบนุอับบาสนับวันกรณีพิพาทระหว่างไทยกับ-กัมพูชาประเด็นเขาพระวิหารจะทวีความรุนแรงขึ้น เป็นลำดับ ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิก์ารครอบครองพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ว่าเป็นของตน ไม่ทราบว่าประชาชนชาวเขมรเขาคิด และวิพากษ์วิจารณ์กรณีนี้อย่างไร? แต่พี่น้องชาวไทยของผมหลายคนโกรธโมโห จนบางคนด้วยความรักชาติอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูได้กล่าวหาเพื่อนร่วมชาติที่มี ความเห็นไม่ตรงกันต่อการแสดงจุดยืนเรื่อง “เขาพระวิหาร” บอกว่าเป็นพวกไม่รักชาติ
อันที่จริงความรักชาติมิได้หมายถึงการจะทำอะไรก็ได้เพื่อปกป้องคนไทยด้วยกัน หรือหวงแหนเขตแดนโดยมิลืมหูลืมตาจนลืมความถูกต้อง ผมจึงไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่กับความเป็นชาตินิยมเช่นนี้
มิหาญกล้าตัดสินว่า “เขาพระวิหาร” เป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรอกครับ เพียงแค่ไม่อยากให้ความรักชาติ (ของทั้งสองฝ่าย) เป็นสาเหตุทำให้มนุษย์ต้องฆ่ากันเอง ผมมองว่าไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ที่จะให้ความเป็นชาติพันธุ์นำหน้าความเป็น มนุษย์
ความจริงแล้วความรักแผ่นดินที่อาศัยอยู่ รักบ้านเกิดเมืองนอนไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะผมเองและเพื่อนหลายๆ คนก็บ่นคิดถึงบ้านอยู่บ่อยครั้งขณะที่ใช้เวลาเรียน เวลาศึกษานอกบ้านเกิด ทว่าความรักนั้นก็ไม่ควรล้ำหน้าความถูกต้องความยุติธรรมที่สมควรนำมาใช้ทุก กรณีพิพาท
เคยปรารภกับเพื่อนๆ บ่อยครั้งว่าความภูมิใจของมนุษย์เราไม่น่าขึ้นอยู่กับสีผิว ภาษา ชาติตระกูล แม้แต่ถิ่นกำเนิดเองก็ตามเพราะความภูมิใจนั้นควรได้มาจากการแสวงหา ความเพียรพยายาม มานะอดทนเพื่อให้ได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมาครอบครอง ส่วนการที่เราเกิดมาในตระกูลที่สูงศักดิ์ มีฐานะร่ำรวย พูดภาษาไทย ลาว เขมร อังกฤษ ฝรั่งเศสได้แต่กำเนิดมันไม่น่าภาคภูมิใจเท่าไหร่ เพราะเหล่านี้หาได้เกิดขึ้นโดยน้ำพักน้ำแรงของตนเองไม่
ลองคิดดูสิครับนาย ก เกิดมาพูดภาษาไทย, นาย A ใช้ ภาษาอังกฤษตอนเด็กๆ , นายอลีฟไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนด้วยภาษาใดนอกจากภาษาอาหรับ วันดีคืนดีสามคนนี้โตขึ้นมาต่างถกเถียงกันว่าภาษาใครดีกว่ากัน พ่อแม่ใครต้นตระกูลใครประเสริฐกว่า ผมไม่ปฏิเสธว่าอาจมีภาษาหนึ่งภาษาใดหรือบรรพบุรุษของผู้ใดที่ดีเลิศกว่าแต่ ต้องถามกลับว่าแล้วนาย ก, นาย A, และนายอลีฟไปมีส่วนร่วมกับความดีงามเหล่านั้นตอนไหน?
มีตัวอย่างให้เห็นมากมายทั้งจากประวัติศาสตร์อันไกลโพ้น หรือบทเรียนรายวันที่พบเห็นเกลื่อนกลาดชนิด “ต้นไม้หล่นไกลต้น” ลูกไปทางพ่อไปทาง บางทีพ่อดีจนใจหายแต่ลูกกลับไม่เอาไหน และบางครั้งพ่อก็ไม่เอาถ่านแต่ได้ลูกชนิดที่พ่อต้องอาย
ผมว่าถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยต้องหันมาให้ความสนใจและให้การสนับสนุนด้าน “คุณธรรม-จริยธรรม” มากกว่า “ความเป็นไทย” ย้ำอีกครั้งว่าผมไม่ปฏิเสธนะครับเรื่อง “ความเป็นไทย” (ในฐานะที่เป็นมุสลิมควรภูมิใจมากกว่าผู้อื่นด้วยซ้ำ เพราะมุสลิมมีความเชื่อหนึ่งเรื่องการสร้างของพระเจ้าซึ่งไม่ว่าพระองค์จะ สร้างเรามาเป็นใคร? อย่างไร? มุสลิมทุกคนจำต้องพอใจในการกำหนดของพระเจ้า) เพราะอย่างน้อยคนไทยก็ใช้ภาษาเดียวกัน แต่การแข่งขันกันเป็นคนดี คนมีศีลธรรมจรรยา การทำตัวเป็นที่รักชอบพอของผู้คนน่าจะสร้างสรรค์กว่าการแข่งขันว่าใครจะเกิด เป็นคนชาติใด? ใช้ภาษาอะไร? หรือพ่อใครใหญ่กว่า?
ขอกล่าวยืนยันอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่าโดยพื้นฐานแล้วผมเชื่อมั่น ถึงความเท่าเทียมกันระหว่างมนุษย์ ไม่ว่าจะพูดสนทนาด้วยภาษาอะไร? มีสีผิวโทนไหน? หรือเกิดซอกหลืบใดของโลก? ทุกคนล้วนเกิดจากพ่อเดียวแม่เดียวทั้งสิ้น
กระนั้น ผมก็ยังขอปฏิเสธกับกระแสที่ป่าวประกาศถึงความเสมอภาคของผู้คนในทุกกรณี เพราะความจริงแล้วมันมีอะไรบางอย่างในตัวคนที่ภาษาไทยสะกดว่า “คุน-นะ-ทำ” เป็นมาตรฐานแยกแยะความแตกต่างของมนุษย์
หรือใครจะกล้ายอมรับล่ะครับระหว่าง “คนชั่ว” กับ “คนดี” ว่าสองคนนี้มีความเหมือนกัน?




ความคิดเห็นล่าสุด
1 สัปดาห์ 6 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
4 weeks 3 days ก่อน
4 weeks 6 days ก่อน
6 weeks 5 days ก่อน
7 weeks 3 days ก่อน
8 weeks 6 days ก่อน
10 weeks 16 hours ก่อน
10 weeks 5 days ก่อน