
? > ความตาย
เขียนโดย webmaster เมื่อ 4 ธันวาคม, 2009 - 02:19.
คอลัม:
เลนส์มุสลิม โดยอิบนุอับบาส “ความตาย” เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่ชอบพูดถึงว่าเป็นความอัปมงคลบ้าง เป็นเรื่องน่ากลัวเกรงบ้าง แต่ความจริงแล้วมันคือสัจธรรมต่างหาก
สัจธรรมตรงที่ว่า ทุกชีวิตย่อมต้องตาย ตายช้าตายเร็วอีกเรื่องนึง สัจธรรมข้อนี้เป็นเอกฉันท์ระหว่างสิ่งมีชีวิตมีสติปัญญาแม้ยังไม่เคยตายก็ตาม ทุกชีวิตไม่ว่าจะอยากตายหรือไม่ เตรียมตัวตายไว้หรือยัง อย่างไรเสียก็ต้องตาย แล้วไม่รู้ด้วยว่าแผ่นดินที่ตนเองจะนอนตายนั้นอยู่ ณ แห่งหนตำบลไหน
คนมีเงินหลักหมื่นล้านทุ่มเททำงาน ควาญหาสารพัดวิธีการทั้งผิดถูกเพื่อบรรลุสู่เป้าหมาย
แต่เมื่อยืนอยู่ได้ระยะหนึ่งความทะเยอทะยานกลับยิ่งสูงขึ้น มากขึ้น มีเงินแล้ว อยากมีอำนาจ มีอำนาจแล้วอยากให้มันล้นฟ้า เหนื่อยคิดเหนื่อยทำเท่าไหร่ ต้องลำบากตรากตรำขนาดไหนก็ยอม
บางคนเหนื่อยกับการก้าวสู่ตำแหน่งใหม่ บางคนเหนื่อยกับการรักษาตำแหน่งรักษามวลชน
อยากถามว่า “ใช้ชีวิตอยู่กับโลกนี้กันอีกกี่ปี? อยากปีติยินดีกับความมั่งมีอีกนานเท่าไหร่? อยากรวยอยากใหญ่กันไปถึงไหน? จะแข่งทำไมอำนาจบารมี?”
เวลาที่มีความทะเยอทะยานสูงมากๆ หรือรู้สึกเครียดกับความวุ่นวายของโลกใบนี้แนะนำให้หาเวลาไปเยี่ยมคนป่วยไป ร่วมงานศพพบคนตายบ้างโดยเฉพาะของบุคคลใกล้ชิดญาติสนิทมิตรสหาย น่าจะเป็นข้อเตือนใจได้กลับมาพิจารณา ไตร่ตรอง เปลี่ยนวิธีคิดวิธีมองโลกใหม่ อย่างน้อยให้รู้สึก “ปลง” ก็น่าจะทำให้ความสับสนลดลงได้
“ปลง” ที่แปลว่า ปล่อยวาง แต่หาใช่เป็นการปล่อยวางแบบหมดอะไรตายอยาก เป็นการปล่อยวางสิ่งที่ควรปล่อยวาง แล้วหันไปค้นหาสัจธรรมที่ควรยึดถือแล้วนำมันมาเครียดดูก็น่าสนใจไม่น้อย ลองมานั่งทบทวนวิถีชีวิตดูซิว่าทุกก้าวที่กำลังดำเนินอยู่นั้นเป้าหมายสิ้น สุดเพียงความตายอย่างนั้นหรือ?
อยากชวนคิดสำหรับคนไม่เคยหาเหตุผล หรือคิดแล้วแต่ยังไม่พบคำตอบ แต่หากพบคำตอบและมั่นใจว่าถูกต้องที่เหลือก็คือเพียงปฏิบัติตามความเชื่อ นั้น เช่นนี้ชีวิตน่าจะมีเป้าหมายมากขึ้น มิใช่เกิดมาเพื่อกิน กินแล้วโตเป็นผู้ใหญ่ เจ็บป่วยแล้วตายเท่านั้น
คงไม่มีใครปฏิเสธนะครับสภาพการณ์ของมนุษย์หลังความตาย อย่างน้อยคนที่ไม่เชื่อว่ามีชีวิตหลังความตายก็อาจเชื่อว่ามีการดับสูญนั่น คือสภาพหนึ่ง, แต่บางคนอาจเชื่อว่าต้องไปเกิดใหม่ชดใช้กรรม, หรือจะถูกพระเจ้าสอบสวนความดีความชั่วที่กระทำไว้บนโลกนี้ อีกทั้งความเชื่ออื่นๆ มากมาย
สัจธรรมของความเชื่อเหล่านี้คือ มนุษย์ทุกคนอยู่บนธรรมชาติเดียวตั้งแต่เกิด ทุกจนเกิดจากท้องแม่ ไฟร้อน น้ำแข็งเย็น โลกกลม ต้นไม้สีเขียว กระดาษมี 2 หน้า กินข้าวแล้วอิ่ม จนถึงตาย คนตายทุกคนไม่หายใจ ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพหลังความตายของมนุษย์ก็มีสภาพเดียวเช่นกัน
มีองค์ประกอบ 2 ประการที่จะสร้างความปลอดภัยกับสภาพที่จะประสบหลังความตาย ประการแรก คือค้นหาความจริงแห่งชีวิตหลังความตาย ส่วนประการที่สองคือปฏิบัติตามความจริงนั้นอย่างเคร่งครัด
คงไม่เพียงพอสำหรับการดุ่ยๆ ทำความดีเพื่อสภาพหลังความโดยไม่มีความมั่นใจว่าชีวิตหลังความตายเป็นเช่นไร
ไม่พอเพียงอีกเช่นกันสำหรับผู้ (อ้าง) ว่ามีความเชื่อที่ถูกต้องเกี่ยวกับสภาพหลังความตายโดยที่เขาไม่ได้ปฏิบัติ ตามความเชื่อนั้นเลย ส่วนใครจะเลือกเชื่อ เลือกปฏิบัติอย่างไรย่อมเป็นสิทธิ์และหน้าที่รับผิดชอบจากสิทธิ์ที่ได้รับนั้น
ด้วยสองประการนี้ชีวิตของหลายคนจึงมีคุณค่ามากกว่าความตาย




ความคิดเห็นล่าสุด
1 สัปดาห์ 6 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
4 weeks 3 days ก่อน
4 weeks 6 days ก่อน
6 weeks 5 days ก่อน
7 weeks 3 days ก่อน
8 weeks 6 days ก่อน
10 weeks 16 hours ก่อน
10 weeks 5 days ก่อน