ไทยแลนด์นิวส์ดารุสสลาม


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
หรือแจ้งการโอนเงิน
โทร.081-806-8681
หรือ 085-837-2805

วันสำคัญจำไม่ลืม

  • No upcoming events available

 

วิจัยพบ "แม่อ้วน" ขาดทักษะในการประเมินน้ำหนักลูก

       ทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องราวของเด็กอ้วน และการรณรงค์ให้ลดขนมหวาน ลดน้ำอัดลม ของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ หลายฝ่ายอาจพุ่งเป้าไปที่นักโฆษณาที่ไร้จริยธรรม และต่อว่าว่าเขาเหล่านั้นว่าเห็นแก่ตัว ทำเพื่อผลประโยชน์และกำไรขององค์กรมากเกินไป แต่ในงานวิจัยชิ้นล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Potsdam ประเทศเยอรมนี กลับระบุว่า พ่อแม่ผู้ปกครองที่รักเด็กคนนั้นสุดหัวใจ ก็มีสิทธิ์เป็นตัวการทำลูกอ้วนได้โดยไม่รู้ตัว
       
       เหตุที่กล่าวเช่นนั้น เพราะว่า ผู้ปกครองกลุ่มที่มีน้ำหนักเกิน หรือกำลังเป็นโรคอ้วนอยู่นั้น มีแนวโน้มว่าจะขาดทักษะในการประเมินสุขภาพลูกของตัวเองทั้งในด้านน้ำหนัก และขนาดของร่างกาย ส่งผลให้พ่อแม่กลายเป็นอีกหนึ่งตัวการที่ทำให้ชีวิตเล็ก ๆ ของเด็กหลายคนต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน ฯลฯ ตั้งแต่อายุยังน้อย
       
       การ ค้นพบครั้งนี้จึงถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ในการรักษาเด็กอ้วน เพราะไม่เพียงแต่รักษาเด็ก แต่ยังต้องรักษาผู้ปกครองไปด้วยในคราวเดียวกัน
       
       ดร. Petra Warschburger และ Katja Kroller เจ้าของงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยดังกล่าวระบุว่า "อันดับแรกเราต้องทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่เป็นโรคอ้วนนั้นยอมรับว่าลูกของ พวกเขาเข้าข่ายเด็กอ้วนเสียก่อน เพราะเป็นเรื่องยากมากสำหรับพ่อแม่อ้วนที่จะมองว่าลูกของพวกเขานั้น "อ้วน" กว่าเกณฑ์ปกติ หรืออย่างน้อยก็ต้องสร้างความเข้าใจให้พ่อแม่เหล่านั้นได้ทราบว่า การเกิดโรคอ้วนในเด็กจะทำให้เด็กเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายหลายอย่างตามมาใน อนาคต"
       
       โดยทีมนักวิจัยได้ทำการทดสอบกับคุณแม่ 219 รายที่มีลูกอายุ 3 - 6 ปี ซึ่งคุณแม่ทั้ง 219 รายนี้ล้วนเข้าข่ายน้ำหนักเกิน - มีฐานะทางสังคมไม่ดีนัก หรือไม่ก็มีลูกน้ำหนักเกินอย่างน้อย 1 คน
       
       ในการทดสอบนั้นได้ให้พวกเธอดูภาพโครงร่าง 4 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยภาพโครงร่างของคนที่มีช่วงอายุ - เพศแตกต่างกัน และยังมีภาพของเด็กที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ 2 ภาพ เด็กน้ำหนักธรรมดา 5 ภาพ เด็กน้ำหนักเกิน 1 ภาพ และเด็กอ้วน 1 ภาพ ให้ดูด้วย
       
       ผู้เข้าร่วมการทดสอบจะถูกถามคำถามเกี่ยวกับสภาพร่างกายว่า โครงร่างแบบใดมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพในอนาคต ซึ่งการจะตอบคำถามเหล่านี้ให้ถูกได้นั้น พวกเขาจะต้องเลือกภาพโครงร่างกายของกลุ่มที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งผลการทดสอบพบว่ามีคนตอบถูก 48.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
       
       อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะมีคุณแม่ที่สามารถประเมิน และวิเคราะห์น้ำหนักของลูกได้ถูกต้องตามหลักถึง 51.2 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็อาจไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากผู้ปกครองไม่สามารถควบคุมน้ำหนักของลูก ๆ ได้อย่างถูกวิธี
       
       " เราเชื่อว่า การรับรู้ของคุณแม่ต่อปัญหาโรคอ้วนในลูก ๆ ของเธอเกิดจากปัจจัยทางด้านอารมณ์มากกว่าการสังเกตได้ถึงความผิดปกติในเด็ก อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ที่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความรู้ของแม่ที่มีต่อน้ำหนักตัวของลูก วิเคราะห์จากโครงสร้างของลูก ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับระดับการศึกษาของคนเป็นแม่อย่างเห็นได้ชัด"
       
       คำแนะนำต่อกุมารแพทย์และนักโภชนาการของทีมวิจัยทีมนี้จึงเป็นการให้ คำปรึกษาในลักษณะของการสร้างแรงจูงใจเชิงบวกผ่านการพูดคุยต่อพ่อแม่ของเด็ก เพื่อช่วยให้พ่อแม่ของเด็กเหล่านั้นมีความตระหนักต่อปัญหาน้ำหนักเกินที่ เกิดขึ้นกับลูก ๆ ของพวกเธอ
       
       "เมื่อทราบถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ ต่อไป ผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาด้านการลดน้ำหนักจะสามารถรักษาอาการอ้วนในเด็กได้ ดีขึ้น เพราะไม่เพียงแต่จะให้ฟีดแบกเกี่ยวกับสุขภาพเด็กแก่พ่อแม่ แต่พวกเขายังจะช่วยพ่อแม่เปลี่ยนรูปแบบและสภาพแวดล้อมในการรับประทานอาหาร ของเด็กได้อีกด้วย" - เอเอสทีวีผู้จัดการ


qrcode

ค้นหา

สมาชิก

ขณะนี้มีสมาชิก ผู้ใช้ 0 คน และผู้เยี่ยมชม 7 guests กำลังออนไลน์
  • supachai
  • ซุลกิฟลี กือโด
  • สุรธาดา โหลสกุล
  • ABUSAMEE
  • Soranee Toem


Locations of visitors to this page





Chat module by BoWoB Chat for Drupal