ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซียต่างหาเสียงชูนโยบายปราบปรามการ ทุจริต แต่ในความเป็นจริงแล้วเงินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้ง
การ เลือกตั้งวันที่ 8 กรกฎาคมนี้มีผู้มีสิทธิออกเสียง 234 ล้านคน สตรีหม้ายวัย 55 ปีรายหนึ่งเผยว่า เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปไตยของประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุดโดโยโน เธอมีหน้าที่เกณฑ์เพื่อนบ้านในชุมชนแออัดไปฟังการหาเสียง โดยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาเกณฑ์คน 300 คนไปฟังการหาเสียงใหญ่ของเขาที่สนามกีฬาแห่งชาติ ค่าจ้างคนละ 35,000 รูเปีย (ราว 122.50 บาท) เสือยืด 1 ตัว พร้อมรถรับส่ง ในจำนวนนี้เธอแบ่งเป็นค่าเหนื่อยให้ตัวเอง 500,000 รูเปีย (ราว 1,750 บาท) แม้เธอยืนยันว่า สนับสนุนยุดโดโนโยเต็มที่ แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะรับเกณฑ์คนให้ผู้สมัครคู่แข่งอย่างพรรคพีดีไอพีของนางเม กาวาตี ซูการ์โนบุตรี และพรรคโกลคาร์ของรองประธานาธิบดียูซุฟ คัลลา
นาย ดานัง วิโดโยโก จากศูนย์เฝ้าระวังการทุจริตอินโดนีเซียชี้ว่า การจ้างคนยากจนให้ไปฟังการหาเสียงหรือชุมนุมแสดงพลังตามท้องถนนเป็นสิ่งที่ อยู่คู่กับการเมืองอินโดนีเซียมาตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต เป็นปัญหาของความหย่อนยานในการบังคับใช้กฎหมายและปัญหาการไม่มีผู้สมัครหรือ พรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของสังคมอย่างแท้จริง พ่อค้าขายเสื้อที่ตกงานคนหนึ่งเผยว่า การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขารับจ้างฟังการหาเสียงของพรรคการเมือง 4 พรรค ได้เงินครั้งละ 20,000-25,000 รูเปีย (ราว 70-87.50 บาท) คนมักเรียกว่าเป็นค่าบุหรี่ บุหรี่ในอินโดนีเซียตกซองละ 10,000 รูเปีย (ราว 35 บาท) แต่เวลาลงคะแนนเขาเลือกผู้สมัครที่อยู่ในใจอยู่แล้ว.- สำนักข่าวไทย
2 weeks 6 days ก่อน
8 weeks 1 วัน ก่อน
12 weeks 1 วัน ก่อน
13 weeks 2 days ก่อน
14 weeks 1 วัน ก่อน
15 weeks 2 hours ก่อน
15 weeks 2 hours ก่อน
15 weeks 6 hours ก่อน
15 weeks 6 hours ก่อน
15 weeks 5 days ก่อน