สงครามแย่งชิงโควต้าบอลโลก!!??

ใหนว่ากีฬาสร้างสันติภาพ
คอลัม: 
อบู อุบัยยฺ นาแซ

        เพลงปลุกใจหลายๆเพลงดังกระหึ่ม รวมถึงเพลงที่อาหรับใช้ในสงครามสู้รบกับยิวหรือสงคราม 6 ตุลาก็ถูกเปิดด้วยเช่นกัน บรรยากาศแห่งการเตรียมตัวเข้าสู่สนามรบกำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ผู้คนต่างยื้อแย่งกัน แม้ว่าจะต้องเสียเงินเสียทอง หรือต้องเบียดเสียดแย่งคิวกันก็ต้องยอม เพื่อไปสู่สนามต่อสู้ให้จงได้ แผนลับที่จะใช้ในการต่อสู้ถูกปกปิดยิ่งกว่าชีวิตเพื่อให้มั่นใจว่าสมรภูมิ นี้ต้องชนะเท่านั้น ในค่ายฝึกก็ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ยกเว้นเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยว ข้องเท่านั้น บรรดานักรบที่จะไปสู่สนามสงครามนี้ก็ออกมาประกาศอย่างห้าวหาญก่อนการต่อสู้ ว่า พร้อมที่จะสู้กับศัตรูแม้ว่าจะเหลือขาข้างเดียวก็ตาม

        ช่างน่าภูมิใจเหลือเกินถ้าหากบรรยากาศข้างต้นเป็นบรรยากาศแห่งการเตรียมตัวสู่สง ครามญิฮาดหรือสงครามบุกพิชิตอัลอักศอหรือสงครามขับไล่ผู้ยึดครอง แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะจะบอกกับผู้อ่านว่าเหตุการณ์ข้างต้นนั้นเป็นบรรยากาศที่เกิดขี้นจริง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่เป็นบรรยากาศก่อนหน้าการแข่งขันฟุตบอลระหว่างอียิปต์(ประเทศมุสลิมพูด ภาษาอาหรับ)กับอั่ลจีเรีย(ประเทศมุสลิมพูดภาษาอาหรับ-เหมือนกัน)มิใช่ บรรยากาศก่อนสงครามญิฮาดแต่อย่างใด

        ถ้าบอกไปพี่น้องจะเชื่อหรือไม่ว่าการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทั้งสองทีมเมื่อวัน ที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาที่ว่ากันว่าเพื่อชิงเก้าอี้ไปบอลโลกนั้น ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศต้องขาดสะบั้นลง ทั้งก่อนและหลังการแข่งขัน ทั้งสองฝ่ายได้ใช้กลยุทธ์และวิธีการทุกประเภททั้งบนดินใต้ดินเพื่อข่มขู่และ กดดันอีกฝ่าย บริษัทสื่อสารของอียิปต์ที่มีสาขาในอัลจีเรียก็ถูกกองเชียอัลจีเรียบุกทุบตี เสียหายย่อยับ คนอียิปต์ที่อาศัยอยู่ในอัลจีเรียก็โดนทำร้าย จนถูกห้ามมิให้ออกนอกที่อยู่อาศัยและต้องให้ตำรวจทหารมาเฝ้าบ้าน สื่อมวลชนของทั้งสองประเทศก็ไม่น้อยหน้าออกข่าวดิสเครดิตโจมตีอีกฝ่ายอย่าง ดุเด็ดเผ็ดมัน คนอัลจีเรียในอียิปต์ก็โดนทำร้ายเช่นกัน ธงชาติของทั้งสองประเทศก็ถูกประชาชนอีกประเทศหนึ่งเผา สถานฑูตอัลจีเรียก็โดนประชาชนอียิปต์ปิดล้อม จนถึงขั้นที่กระทรวงต่างประเทศอียิปต์ได้เรียกฑูตอัลจีเรียไปประท้วง ทางกระทรวงต่างประเทศอัลจีเรียก็ไม่น้อยหน้าเพราะเรียกทูตอียิปต์ไปประท้วง เช่นกัน จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีข่าวว่าความสัมพันธ์จะดีขึ้น แต่กลับมีการประท้วงกันไปมาด้วยหลังการแข่งขัน

       เป็นยังไงบ้างครับพี่น้องผู้อ่าน รู้สึกอย่างไรบ้าง? เหตุการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเรื่องจริงทั้งสิ้นและคนที่กระทำและอยู่ใน เหตุการณ์ก็มีพระเจ้าองค์เดียวกัน ศาสดาคนเดียวกัน คัมภีร์เล่มเดียวกัน กิบลัตเดียวกัน พูดภาษาเหมือนกันเหมือนกัน มันเป็นอะไรที่บรรยายไม่ถูกเลยครับ ความรู้สึกทั้งงุนงง เศร้า เสียใจเป็นอย่างยิ่ง นี่ประชาชาติของเราตกต่ำถึงขั้นนี้แล้วหรือ?

วาบความคิดให้ลองตรึกตรองดู

วาบแรก “ที่ว่ากีฬาช่วยสร้างความรักความสามัคคีได้จริงหรือ?”
        “และพระองค์(เท่านั้น)ที่ทรงสามารถให้สนิทสนมระหว่างหัวใจของพวกเขาทั้งหลาย หากเจ้าได้จ่ายสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินทั้งหมดเจ้าก็ไม่สามารถให้หัวใจของพวก เขาสนิทสนมกั้นได้ แต่ทว่าอัลลอฮฺนั้นได้ทรงให้สนิทสนมระหว่างพวกเขา และแท้จริงพระองค์นั้นคือผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณ” อัลกุรอาน [8.63]

วาบที่สอง ลองเปรียบเทียบความขัดแย้งระหว่างไทยกับเขมร กับ ความขัดแย้งระหว่างอียิปต์กับอัลจีเรีย
        ไทย-เขมร มีปัญหาเพราะเดิมมีเรื่องของดินแดนและผลประโยชน์ทั้งการเมืองและทรัพยากรณ์ มาเกี่ยวข้อง ซึ่งจะว่าไปมันก็มีเหตุผลที่จะขัดแย้งด้วยสาเหตุแบบนี้ แต่อียิปต์กับอัลจีเรียขัดแย้งเพราะแย่งไปบอลโลก ตัดสัมพันธ์กันเพราะเหตุฟุตบอล ไทย-เขมรให้ศาลโลกตัดสิน แต่อียิปต์-อัลจีเรียไปประทัวงเพื่อให้ฟีฟ่าตัดสิน เฮ้อ ไม่ไหวแล้วครับพี่น้อง ขออนุญาตจบแค่นี้นะครับ


Chat module by BoWoB Chat for Drupal