ข่า

ข่า
คอลัม: 
ลุงดินกินพืช

        เริ่มแล้วกับช่วงของเทศการณ์งานบุญต่างๆ หลังจากสิ้นสุดเดือนอันประเสริฐ และช่วงเวลาของการถือศีลอด 6 วันในเดือนเชาวาลแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาของการกิน แต่จะกิน ก็ต้องให้ได้ประโยชน์ อย่าสักแต่ว่ากินเป็นอันขาดเลยครับ
        วันนี้ลุงดินจึงนำเรื่องราวของข่ามาฝากกันครับ คงไม่มีใครไม่รู้จัก หรือไม่เคยกิน ทั้งโดยทางตรง และทางอ้อมเป็นแน่ครับ
        ข่า มีชื่อเรียกอื่นๆ อีกคือ ข่าหยวก และข่าหลวง โดยข่ามีลักษณะเป็น ไม้ล้มลุก สูง 1.5-2 เมตร เหง้ามีข้อและปล้องชัดเจน ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอก รูปวงรีหรือเกือบขอบขนาน กว้าง 7-9 ซม. ยาว 20-40 ซม. ดอก ช่อ ออกที่ยอด ดอกย่อยขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว โคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็น 3 กลีบ กลีบใหญ่ที่สุดมีริ้วสีแดง ใบประดับรูปไข่ ผล เป็นผลแห้งแตกได้ รูปกลม เหง้าสดมีน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) ซึ่งประกอบด้วยสารเมททิล-ซินนาเมต (Methyl-cinnamate) ซีนิออล (Cineol) การบูร (Camphor) และยูจีนอล (Eugenol)

ประโยชน์ทางสมุนไพร
1. ใช้เหง้าสดตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำปูนใส รับประทานครั้งละครึ่งแก้ว ช่วยขับลมแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเดิน และบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
2. ใช้รักษาโรคผิวหนัง กลาก เกลื้อนและแก้ลมพิษ โดยใช้เหง้าสดตำให้ละเอียดผสมกับแอลกอฮอ ทาบริเวณที่เป็นบ่อยๆ จนกว่าจะดีขึ้น
3. สารสกัดจากข่านำมาประกอบเป็นยารักษาโรคได้หลายชนิด เช่น ยารักษาแผลสด แก้โรคปวดบวมตามข้อ แก้โรคหลอดลมอักเสบ ยาธาตุและยาขับลม
4. ใช้ไล่แมลง โดยนำเหง้ามาทุบหรือตำให้ละเอียดเพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมา แล้วนำไปวางในบริเวณที่มีแมลง
5. ผลข่ามีสรรพคุณคล้ายกับเหง้า คือ ใช้เป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องร่วง ฆ่าเชื้อบิด และช่วยย่อยอาหาร ผงจากผลแห้งสามารถรักษาอาการปวดฟันได้ โดยนำไปบดและทาบริเวณที่ปวด


Chat module by BoWoB Chat for Drupal