สุวรรณคาร ธนาคารทอง

คอลัม: 
อนุสิทธิ์ หวังเกษม

        มีเรื่องมาเล่าให้ฟังครับ ร้านทองร้านหนึ่งน่าสนใจมาก

        ร้าน “โกล์เด้นวิง” เดิมทีเป็นร้านหล่อทองขนาดเล็กๆ แต่เริ่มต้นก้าวออกมาทำอะไรที่แตกต่าง จึงทำให้ร้านทองร้านนี้ไม่เล็กอีกต่อไป

       โกล์เด้นวิงไม่ขายทองรูปพรรณ เนื่องจากเคยเป็นร้านหล่อทองมาก่อน จึงผลิตแต่ทองคำแท่งขายเพียงอย่างเดียว โดยเป็นที่รู้กันของชาวบ้านร้านช่องว่า ถ้าอยากซื้อทองเพื่อการออมก็ต้องมาซื้อที่โกล์เด้นวิง ซึ่งทองแท่งนั้นเหมาะสำหรับการออมมากกว่าทองรูปพรรณ เพราะคนซื้อไม่ต้องเสียค่ากำเน็จ (ค่าแรงในการประดิษฐ์ประดอย) เวลาซื้อเวลาขายตัดสินใจง่าย ได้ราคาเต็มน้ำหนัก

        ตามปรกติทองแท่งขนาดเล็กที่สุด ก็มีน้ำหนัก 2 บาทเข้าไปแล้ว ราคาบาทละเกือบ 20,000 นอกจากร้านทองใหญ่ๆ จริงๆ ถึงจะผลิตทอง 1 บาท ออกมาขาย แต่ทองแท่งเล็กที่ราคา 1-2 บาทก็ไม่เป็นที่จูงใจลูกค้านัก เพราะทองแท่งที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 5 บาท เขาจะบวกค่าบล็อกเข้าไปอีก ร้านทองเขาให้เหตุผลว่าการทำแท่งเล็กๆ ต้องเสียเวลาหล่อ เสียเวลาขัดเงาอีก (พยายามเลี่ยงใช้คำว่าค่ากำเน็จ) ลูกค้าที่ประสงค์จะซื้อทองเพื่อออมจึงยอมเก็บเงินเพิ่มอีกนิด ซื้อทองแท่งใหญ่ดีกว่า

        ช่องว่างตรงนี้เองที่วิงแทรกเข้าไปลงราก “ความต้องการซื้อทองคำแท่งของลูกค้ารายย่อย”

        ร้านทองโกลเด้นวิงจึงเรียกประชุมใหญ่คนในครอบครัว ผันตัวเองไปสู่ธุรกิจการออมด้วยทองอย่างเต็มตัว ซึ่งที่ประชุมได้ข้อสรุปดังนี้

        ต่อไปเราจะไม่ใช่ร้านทอง แต่เป็นธนาคาร(จะเรียกให้ถูกต้องใช้คำว่าสุวรรณคาร) สำหรับการออมด้วยทองคำ เราจะปั๊มเหรียญทองคำขึ้นมา 5 ขนาด เหรียญทองขนาดใหญ่สุดหนัก 1 บาท ราคาขายประมาณ 18,000 (ราคาปรับเปลี่ยนทุกวันตามราคาทอง) เหรียญทองเล็กสุดมีราคาขายประมาณ 500 บาท ซึ่งหมายความว่าใครก็ ตามมีเงินเพียง 500 ก็สามารถซื้อทองคำแท้ไปเก็บได้ (ถึงจะเล็กซักหน่อยก็ตาม) .... ทั้งหมดนี้เป็นการเปลี่ยนตัวสินค้า

        ในส่วนของการบริการวิงก็เปลี่ยนโฉมจนแทบจะจำไม่ได้ เนื่องจากโกลเด้นวิงไม่ใช่ร้านทองแล้วรูปแบบบริการ ตลอดจนการตกแต่งร้านก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ตอนนี้วิงมีรูปลักษณ์เหมือนธนาคารแทบทุกกระเบียด ลืมไปได้เลย ภาพที่มีทองวางหรา(บนสักหลาดแดง)ในตู้กระจกเหมือนเคย แต่โกลเด้นวิงตอนนี้ภายในมีเคาท์เตอร์ยาว ที่มีพนักงานใส่ยูนิฟอร์มนั่งอยู่ตามเลข มีบอร์ดราคาซื้อขายทองขึ้นหน้าร้าน ลูกค้าเข้ามา เข้าแถวรอคิว เหมือนไปธนาคารตามปรกติ ถ้าจะซื้อเหรียญทองก็จ่ายเงินให้พนักงาน แล้วก็รับทองกลับบ้านไป สำหรับลูกค้าที่นำเหรียญทองมาขาย (รับเฉพาะเหรียญยี่ห้อโกลเด้นวิงเท่านั้น) ก็ง่ายๆ เข้าแถว พอถึงคิวพนักงานก็จะนำทองไปวางบนตาชั่งดิจิตอล ซึ่งจะคำนวณน้ำหนักของทองกับราคาทองคำปัจจุบันออกมาเป็นจำนวนเงิน หลังจากนั้นพนักงานจ่ายเงิน เป็นอันเสร็จ

        ในเรื่องของทำเลที่ตั้ง ก็ต้องว่ากันใหม่ด้วย ตลาดทองเยาวราชไม่ใช่ตลาดของวิง โกลเด้นวิงหลายสิบสาขากระจายอยู่ในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เพราะลูกค้าของวิงก็คือกลุ่มชนชั้นกลางลงไป มนุษย์เงินเดือนที่อยากเจียดเงินซักพันสองพันซื้อทองเก็บไว้เป็นทุนออม

        หลังจากโกลเด้นวิงปรับตัวเองครั้งใหญ่ ธุรกิจที่เรียกว่าสุวรรณคารก็ไปได้สวย เหตุเพราะปัจจัยหลายๆ อย่าง หนึ่งในนั้นก็คือกระแสความล้มเหลวของระบบดอกเบี้ย ทำให้คนหันมาเก็บเงินเองด้วยการแปลมันเป็นทอง ซึ่งที่จริงแล้ว ทองคำเป็นค่าตั้งต้นของ สิ่งสมมุติทางการเงินทุกอย่าง ทั้งธนบัตร เช็ค ตัวเลขในบัญชี ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่ผันผวนและลดความน่าเชื่อถือลงทุกวัน

        เมื่อโกลเด้นวิงเป็นทางเลือกสำหรับให้คนออกจากสิ่งสมมุติเหล่านั้น จึงตอบโจทย์ทางการตลาดเป็นอย่างดี โกลเด้นวิง และธุรกรรมทางการเงินแบบโกลเด้นวิงจึงโตวันโตคืน สวนทางกับธนาคารดอกเบี้ยที่ค่อยๆ ทรุดตัวลงเรื่อยๆ

        ช่วงท้ายนี้ผมมีข่าวดีกับข่าวร้ายจะแจ้งให้ทราบ

        เดาว่าคุณคงอยากรู้ข่าวร้ายก่อน (เพื่อจะได้จบด้วยข่าวดี) ผมจึงขอขัดใจ เลือกเล่าข่าวดีก่อน

        ข่าวดีคือธุรกิจทั้งหมดของโกลเด้นวิง มุสลิมเป็นเจ้าของ มันเริ่มด้วยความคิดที่จะตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับระบบดอกเบี้ย หาวิถีทางต่อสู้กับระบบนี้ เมื่อทำลายระบบมันไม่ได้ ก็ สร้างระบบใหม่ขึ้นมาโค่นมัน และระบบใหม่นี้ก็ประสบความสำเร็จด้วยดีเสียด้วย ไม่ใช่แต่เฉพาะในเมืองไทย แต่หลายๆ ประเทศก็เริ่มนำระบบนี้ไปใช้แล้ว โดยมีประเทศมุสลิมทั้งหลายเป็นประเทศนำร่อง และโลกก็กำลังก้าวตามมุสลิมอีกครั้ง น่าภูมิใจไหมครับ?

        ทีนี้ก็มาถึงข่าวร้าย... หลายคนอาจเดาออกนานแล้ว

        ข่าวร้ายคือทุกอย่างที่ผมเขียนเป็นแค่จินตนาการของผมครับ ทั้งข้อความ ทั้งรูปภาพ

        มันไม่มีอยู่จริง (อย่างน้อยก็ในบ้านเรา) ที่เลือกเขียนจนเป็นตุเป็นตะขนาดนั้นก็เพราะมันอัดอั้น ผมอยากให้มันเป็นจริง อยากให้คนอ่านอยากให้มันเป็นจริง อยากให้นายทุนมุสลิมอยากให้มันเป็นจริง อยากให้นักบริหารมุสลิมอยากให้มันเป็นจริง อยากให้สังคมมุสลิมอยากให้มันเป็นจริง

        ถ้าทุกฝ่ายอยากให้มันเป็นจริง (ผมหมายถึงอยากจริงๆนะ) และมีศักยภาพให้มันเกิดได้จริงๆ อินชาอัลลอฮฺซักวันมันก็จะเกิดขึ้น เมื่อมีใครซักคงเริ่มลงมือทำเสียที

        ไม่ใช่มัวแต่มานั่งเพ้อเจ้อแบบผม


Chat module by BoWoB Chat for Drupal