เรื่องที่มองไม่เห็น

คอลัม: 
อนุสิทธิ์ หวังเกษม

        ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง... เรื่องนี้เกิดขึ้นหลายพันปีมาแล้ว เป็นเรื่องของ"เดโมครีตุส" เป็นปราชญ์ตัวจ้อยๆ ที่เกิดในกรีกยุคแห่งปราชญ์ ยุกเดียวกับปราชญ์ชั้นครูอย่างอริสโตเติ้ล กับเพลโต วันนึงเดโมครีตุสเสนอ “ปรัชญาผ่ามันฝรั่ง” ให้คนยุคนั้นปวดหัวกันเล่น เดโมครีตุสบอกว่าถ้าผ่ามันฝรั่งออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ท่านก็จะได้มันฝรั่งสองชิ้น.. แล้วถ้าลงมือผ่าต่อไปอีก ก็จะได้มันฝรั่งชิ้นเล็กลงเพิ่มขึ้นอีก...

        แล้วมันน่าสนใจตรงไหนเนี้ย? ตรงนี้ครับ... ตามมาสิ เด โมครีตุสบอกว่าถ้าเราสามารถผ่ามันออกได้เรื่อยๆ และเราไม่หยุดผ่าล่ะจะเกิดอะไรขึ้น มันฝรั่งลูกนี้(โดยทฤษฎี)อาจผ่าได้หมื่นครั้ง แสนครั้งหรือล้านครั้ง แต่สุดท้ายก็มีจุดหนึ่งที่ไม่สามารถผ่าได้อีกต่อไปแล้ว เพราะการผ่าคือการที่มีดเคลื่อนที่ผ่านรอยแยกระหว่างอนุภาค เพื่อแยกอนุภาคสองอนุภาคออกจากกันเท่านั้น ดัง นั้นเมื่ออนุภาคสองตัวสุดท้ายของมันฝรั่งถูกแยกเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงคราวที่มีดจะไปสัมผัสอนุภาคที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้... เดโมครีตุสเรียกมันว่า “อะตอม” (คำว่าอะตอม atomos หรือ a-tom ในภาษากรีกแปลว่าแบ่งแยกออกจากกันไม่ได้)

        ครั้งแรกที่ผมอ่านเรื่องของคุณ “เดโมครีตุส” อะไรเนี้ย... ก็รู้สึกทึ่งในความช่างคิดของเขามาก ไม่น่าเชื่อว่าอะตอมที่แม้แต่ผมซึ่งเกิดในยุคที่ที่เมืองไทยมีดาวเทียม 6 ดวง (แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจว่าเป็นของไทยอยู่รึเปล่า) ยังไม่เคยเห็นอะตอมตัวเป็นๆ ซักครั้ง แต่คนในยุคสี่ร้อยปีก่อนคริสตกาลกลับเอาเรื่องนี้มาพูดอย่างกับ “ตาเห็น”... เรื่องนี้ทำให้ผมยืนยันกันตัวเองอีกครั้งว่า การที่เราจะเชื่อในอะไรซักอย่างไม่จำเป็นที่เราจะต้องเห็นสิ่งนั้น

        พอจับทางได้แล้วใช่มั้ยครับ..ว่าผมกำลังลากเราเข้าสู่เรื่องอะไร!

        ผมกำลังจะบอกว่า... ไม่ใช่ข้ออ้างเลยที่เราจะพูดว่า “ฉันไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า” เพียงเพราะเหตุผลที่ว่า “เราไม่เห็นพระองค์!!!” การเชื่อโดยที่เราไม่เห็นหรือไม่ได้ยิน ไม่ใช่ความเขลาครับ ไม่ใช่เรื่องที่อยู่นอกกรอบวิทยาศาสตร์เลย เราเชื่อว่ามีสนามแม่เหล็ก, เชื่อว่ามีแรงโน้มถ่วงโดยที่ไม่จำเป็นต้องเห็นมัน, ทุกวันนี้เด็กมัธยมต้นหัวเกรียนๆ ทุกคนก็รู้จัก “อะตอม” แทบทั้งนั้น แต่ทำไมคนอีกค่อนโลกกลับสามารถตะแบงเชื่อว่า “ไม่มีพระเจ้า” ได้อีก ทั้งๆที่หลักฐานของการมีอยู่ของพระเจ้า ปรากฎเกลื่อนฟ้าเกลื่อนแผ่นดิน

        หวังว่าอีกซักสิบปีร้อยปีหรือพันปีในอนาคต ทฤษฎีเกี่ยวกับ “การมีอยู่จริงของพระเจ้า” จะเป็นเรื่องธรรมดาๆ เหมือนกับที่เด็กยุคนี้เห็นว่าทฤษฎี “อะตอม” ของเดโมครีตุสเป็นที่แสนจะเรื่องธรรมดา


Chat module by BoWoB Chat for Drupal