
วิกฤติ Dubai World
เขียนโดย webmaster เมื่อ 21 มกราคม, 2010 - 01:37.
คอลัม:
อบู อุบัยยฺ นาแซเมื่อปีที่แล้ว คนไทยและทั่วโลกได้รู้จักกับวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่มีต้นตอจากเจ้าพ่อทุนนิยม อย่างสหรัฐอเมริกา ซึ่งว่ากันว่าวิกฤตินั้นเกิดจากความโลภของสาวกทุนนิยมและระบอบดอกเบี้ยที่ มองทุกอย่างในโลกว่าสามารถนำมาเก็งกำไรได้ทั้งหมด แม้กระทั่งความเชื่อมั่นไว้วางใจก็มีราคาและเอามาเก็งกำไรเช่นเดียวกัน ซี่ งกว่าที่โลกจะตื่นและรู้ว่าปัญหานั้นรุกลามใหญ่โตเพียงใดก็ต้องใช้เวลาพอ สมควร เพราะต่างคนต่างพยายามปิดแผล ห้ามเลือดกันยกใหญ่ เมื่อไม่ให้ผู้ชมนอกเวทีเห็นอาการ กลัวว่าจะถูกไล่ลงเวทีก่อนเวลาอันควร
หนึ่งในนักมวยที่ขึ้นเวทีทุนนิยมก็มีรัฐอาหรับรัฐหนึ่งชื่อว่าดูไบ ที่เกือบจะสำเร็จในการปิดแผลดังกล่าว แต่สุดท้ายก็เก็บอาการไม่อยู่ เมื่อบริษัท Dubai world ประกาศพักการชำระหนี้มูลค่ามากกว่า 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2009 ที่ผ่านมา บางคนอาจจะถามว่าก็แค่บริษัทหนึ่งไม่มีตังค์ใช้หนี้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับรัฐ ดูไบ คำตอบคือบริษัทนี้มีรัฐดูไบถือหุ้นอยู่ 100 เปอร์เซ็นต์ (พูดง่ายๆคือบริษัทนี้เป็นตัวแทนของรัฐดูไบในภาคธุรกิจและการลงทุนทั้งในและ นอกประเทศนั่นเอง ดังนั้นฐานะทางการเงินของบริษัทก็สะท้อนให้เห็นถึงฐานะของรัฐดูไบได้อย่างมี นัยสำคัญนั่นเอง) นอกจากนี้การพักการชำระหนี้ในวงการธุรกิจถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เนื่อง จากกระทบกระเทือนต่อความน่าเชื่อถือของเจ้าของหุ้นซึ่งในวงการธุรกิจแล้วไม่ มีอะไรที่มีความสำคัญมากกว่า "ความน่าเชื่อถือ" วิกฤติครั้งนี้จึงเป็นการตบหน้ารัฐดูไบฉาดใหญ่จนถึงขั้นเลือดกบปากเลยที เดียว
วิเคราะห์สาเหตุ : สาเหตุสรุปให้คนฟังเข้าใจง่ายๆคือ Dubai World ใช้จ่ายเกินตัวคือไม่มีเงินสดแต่อยากลงทุนในโครงการใหญ่ๆก็เลยต้องทำการกู้ หนี้ยืมสินชาวบ้าน (ไม่ใช่ชาวบ้านอย่างเราหรอกครับ แต่เป็นบรรดาสถาบันเงินทุน และธนาคารดอกเบี้ยทั้งหลาย) คราวนี้พอโครงการที่ได้ลงทุนไปแต่กลับมีผลตอบแทนหรือรายได้ต่ำกว่ารายจ่าย ของดอกเบี้ยที่ไปกู้หนี้เขา ก็ทำให้ปัญญาที่จะไปจ่ายหนี้พร้อมดอกเบี้ยนั้นมันไม่มี ทีนี้ก็ไม่รู้จะทำยังไงดีก็เลยต้อง ประกาศหยุดจ่ายหนี้ดื้อๆเลย หรือที่เราเรียกว่าชักดาบ นั่นล่ะครับ
บางคนถามว่า รัฐดูไบยากจนขนาดนั้นเชียวหรือ?? น้ำมันก็แพงรายได้จากน้ำมันก็เหลือกินเหลือใช้แล้ว?ทำไมต้องไปกู้หนี้ยืมสิน คนอื่นเขา? คำตอบคือ มันเป็นธรรมเนียมหรือค่านิยมหรือความเชื่อหรือความโง่ก็ไม่รู้ได้ที่รายได้ จากการขายน้ำมันของรัฐดูไบหรือประเทศเศรษฐีน้ำมันอื่นๆในตะวันออกกลาง จะถูกนำไปลงทุนในพันธบัตรของรัฐบาลหรือเอกชนในประเทศตะวันตกโดยเฉพาะในสหรัฐ อเมริกา พูดง่ายๆภาษาชาวบ้านคือ เศรษฐีน้ำมันพวกนี้เอาเงินของตัวเองไปให้ชาวตะวันตกยืมใช้โดยหวังจะได้ ดอกเบี้ยจากพันธบัตรที่ชาวตะวันตกสัญญาว่าจะจ่ายให้เมื่อถึงเวลา ที่นี้เมื่อตัวเองต้องการจะลงทุนทำอะไรก็ไม่รู้จะไปเอาที่ไหน ก็เลยต้องไปกู้หนี้ยืมสินชาวบ้านอีกทอดหนึ่งโดยที่สัญญากับชาวบ้านว่าจะจ่าย หนี้พร้อมดอกเบี้ยเมื่อถึงเวลาของมันเหมือนกัน (ฉลาดไหมครับพี่น้อง) ทีนี้เมื่อโครงการที่ลงทุนเจ๊ง กำไรหด รายได้ไม่เข้าเป้า สุดท้ายก็ต้องประกาศไม่จ่ายหนี้ชั่วคราว ก็เป็นที่มาของวิกฤติดูไบที่เราทั้งหลายได้ยินกันน่ะครับ
สรุปสาเหตุอีกครั้ง : สาเหตุที่ชัดแจ้งดั่งดวงอาทิตย์ที่เรารู้ๆกันน่ะครับ คือความโลภและหลงในระบุบทุนนิยมและการเล่นกับไฟของดอกเบี้ยนั่นเอง
ของแถม : ล่าสุดทางรัฐอบูดาบีเพื่อนบ้านดูไบได้ประกาศอัดฉีดเงินให้กับทางดูไบเพื่อแก้ไข สถานการณ์เฉพาะหน้าไปก่อน ซึ่งการที่รัฐอบูดาบีซึ่งเป็นเมืองหลวงและรัฐบาลกลางของสหรัฐอาหรับเอมิ เรตส์อัดฉีดเงินช่วยเหลือดูไบนั้น ทำให้ราชวงศ์ที่ปกครองดูไบต้องเสียหน้าและยอมลดความหยิ่งผยองลงและต้องเพิ่ม ความร่วมมือกับรัฐบาลกลางมากขึ้น ว่ากันว่าเรื่องนี้ผลกระทบต่อนักโทษชายคนหนึ่งที่จะไม่ได้รับความสะดวกจาก รัฐดูไบอีกต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมาทางการไทยพยายามขอความร่วมมือจากเอมิเรตส์มาหลายครั้งแต่ ไม่ได้รับสัญญานที่ดีจากดูไบซักเท่าไหร่ จนเมื่อเกิดวิกฤติดูไบเวิร์ลดที่ได้กล่าวมาข้างต้น




Sophia นี่ ฉัน
Sophia นี่ ฉัน เป็น นักเรียน ของ cisco ccna security. ได้ รับ บอร์ด ค้นหา ง่าย ใน การ ค้นหา เว็บไซต์ ของ คุณ. ฉัน รู้สึก ดี จริงๆ อ่าน โดย เฉพาะ อย่าง ยิ่ง ใน บทความ นี้. มี ข้อมูล มาก. บทความ ทั้งหมด ใน เว็บไซต์ ของ คุณ มาก ข้อมูล และ ความ รู้ เพิ่ม ขึ้น มาก. แต่ เว็บไซต์ นี้ มี บทบาท สำคัญ อย่าง ยิ่ง ใน การ ปรับปรุง รุ่น ใหม่ สำหรับ การ ทำงาน ที่ ดี .... ให้ มัน ได้