1 ปีอาชญากรรมสงครามในกาซา กับความหวาดกลัวไม่เคยจางหายจากใจของน้องน้อย

รายงานพิเศษ: 
การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม
แปลโดย: 
ปาปิลุส
เรียบเรียงโดยทีมข่าว: 
การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชาวปาเลสไตน์ที่ยังคงถูกฆ่าตายอยู่ทุกวันจากศัตรูอิสลาม

         ลายคนคงยังจำเหตุการณ์อาชญากรรมสงครามครั้งร้ายแรง ครั้งหนึ่งของมนุษย์ชาติ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2008 ได้เป็นอย่างดี มันเป็นอาชญากรรมสงครามที่อิสราเอลก่อขึ้นเพื่อทำลายล้างชาวปาเลสไตน์อย่างไรมนุษยธรรม

        โดยระเบิดลูกแรกที่อิสราเอลได้ทิ้งใส่กลางพิธีมอบใบประกาศนียบัตรของนัก ศึกษากฏหมายในกาซาทำให้นักศึกษา ครูอาจารย์ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 130 คนถูกฆ่าตาย ทำให้มีหญิงหม้ายเกิดขึ้นทันที 96 คน และมีลูกกำพร้าที่พ่อของพวกเขาถูกฆ่าตายในระเบิดลูกแรกของยิวมากถึง 245 คน

         หลังจากวันนั้น อิสราเอลได้ใช้ปฏิบัติการโหดต่อเนื่อง 22 วัน ฆ่าชาวปาเลสไตน์ไปไม่น้อยกว่า 1,455 คน บาดเจ็บไม่น้อยกว่า 5,350 คน โดย 1 ใน 3 เป็นเด็ก และ 2 ใน 3 คือพลเรือน บ้านเรือนประชาชนกว่า 4,100 หลังเสียหายทั้งหมด และอีกกว่า 20,000 หลังเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนอีก 280 โรงก็ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิสราเอลได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน


ความหวาดกลัวในหัวใจน้องน้อย
         จากการก่ออาชญากรรมสงครามอย่างป่าเถื่อนของอิสราเอลได้ทำให้มีเด็กกำพร้า เกิดขึ้นในดินแดนกาซานับหมื่นคนในช่วงเวลาแค่ 22 วันเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีน้องๆ ที่ต้องสูญเสียพี่ๆ ไปต่อหน้าต่อตา สิ่งเหล่านี้มันได้ตราลงบนหัวใจของน้องน้อยเหล่านั้นยากที่จะจางหาย

         อะหมัด อะวัด นักจิตวิทยาเด็ก ซึ่งเคยทำงานเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาของกระทรวงศึกษาธิการปาเลสไตน์จนถึงปี 2008 ได้ออกมาเตือนว่า "เด็กๆ ที่ต้องประสบกับภาวะของการทำลายล้างของอิสราเอล เด็กๆ เหล่านี้ล้วนได้เห็นภาพของเครื่องบินที่ทิ้งระเบิดใส่บ้านเรือนของพวกเขา ฆ่าคนในครอบครัวของพวกเขา เด็กๆ เหล่านี้จะรู้สึกไม่ปลอดภัย และอย่างน้อย 60% จากเด็กเหล่านี้ยังคงอยู่ในอาการช็อค"

        "เด็กเหล่านี้ได้แสดงออกถึงความกลัว ความกังวล และความหดหู่ในขึ้นรุนแรง พวกเขาจะนึกถึงแต่ภาพของอนาคตที่เลวร้าย และสิ้นหวัง"

        วาลิด วัย 12 ปีที่สูญเสียน้องสาวในสงคราม เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มกราคม ทหารอิสราเอลได้เริ่มสาดห่ากระสุนเข้าใส่บ้านของวาลิด สมาชิกทั้ง 8 คนในครอบครัวต้องไปหลบอยู่ในห้องนอนตลอดทั้งคืน จนรุ่งเช้าอิสราเอลได้ทิ้งระเบิดใส่บ้านของวาลิด ทำให้สมาชิกทุกคนบาดเจ็บ และน้องสาววัย 4 ขวบของวาลิดถูกฆ่า

        "ผมบาดเจ็บที่หัวจากแรงระเบิด แต่ผมรู้ว่าแม่ และน้องสาวของผมกำลังบาดเจ็บมากที่สุด พ่อได้ให้ญาติพาผมไปโรงพยาบาล" วาลิดกล่าว

        "ระหว่างเดินทางคนขับรถถามญาติว่าครอบครัวผมเป็นอย่างไรบ้าง ญาติผมตอบว่า ทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลเว้นเพียงน้องสาววัย 4 ขวบของผม เธอตายแล้ว ผมวอนขอให้พวกเขาพาเธอมาโรงพยาบาล"

        "บ้านของผมถูกอิสราเอลทำลายจนเหลือแต่ซากอิฐ ทุกวันนี้ครอบครัวผมต้องเช่าห้องเล็กๆ เพื่อเป็นที่หลับนอน"

        "พี่น้องของผมซูบผอมลง และต้องผวาทุกครั้งที่เราได้ยินเสียงเครื่องบิน"

        "ในแต่ละคืนผมจะนอนดึกมาก ผมจำได้ว่าน้องสาวของผมชอบเข้ามาเล่นในห้องนอนของผม บางครั้งผมไม่อยากออกจากบ้านเลย" วาลิดกล่าวทิ้งท้าย

         นอกจากวาลิดแล้ว ในดินแดนกาซายังมีเด็กอีกอย่างน้อย 26,500 คน ตกอยู่ในภาวะเดียวกับวาลิด

ความช่วยเหลือที่เข้าไปไม่ถึง
        จากรายงานของ UNRWA ระบุว่าแม้อาชญากรรมสงครามอันป่าเถื่อนที่อิสราเอลกระทำต่อชาวปาเลสไตน์จะ ผ่านพ้นไปกว่าปีแล้ว แต่ยังคงมีชาวปาเลสไตน์อย่าง น้ อย 1,000 ครอบครัว ยังคงต้องอาศัยอยู่ในเต็นชั่วคราว

        สำนักงานสถิติปาเลสไตน์ประม าณความเสียหายอยู่ที่ไม่น้อยกว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และต้องได้รับความช่วยเหลือฉุกเฉินเร่งด่วน 502 ล้านเหรียญสหรัฐในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และอาจต้องใช้เงินอีก 600 ล้านเหรียญสหรัฐในการจัดการกับซากอา คารที่ถูกอิสราเอลทิ้งระเบิดใส่จนเสียหาย

        ขณะที่ประเทศผู้บริจาคได้ประชุมกันที่เมืองชามอัลชีค ของอิยิปต์ ตกลงมอบเงิน 4.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ใช้ในการบูรณะกาซา โดยส่งเงินจำนวนนี้ให้กับนายมะห์มูด อับบาส แกนนำกลุ่มฟัตตะห์ ที่อิสราเอลให้การสนับสนุน โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันเงินจำนวนนี้ตกอยู่ในมือของกลุ่มฮามาสซึ่งเป็นรัฐบาล ปกครองดินแดนกาซา

        แต่จนถึงขณะนี้เวลาผ่านไปนับปีเงินจำนวนดังกล่าวที่อิสราเอลจับตามองอย่าง ใกล้ชิด และรอที่จะรีดภาษีจากเงินที่จะส่งเข้าช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ ยังไม่ตกถึงมือชาวปาเลสไตน์แต่อย่างใด!!!

        จากความเสียหายหนักถึงร้อยละ 60 ทำให้ชาวปาเลสไตน์มากกว่าร้อยละ 80 ต้องดำรงค์ชีวิตอยู่ด้วยกับสิงของบริจาคผ่านองค์กร UNRWA

        แต่ชาวปาเลสไตน์ก็ไม่ยอมให้ขีดจำกัดต่างๆ มาทำให้การดำเนินชีวิตของพวกเขาต้องหยุดลง เขาได้ศึกษาประวัติศาสตร์จนที่สุดก็ค้นพบการก่อสร้างบ้านด้วยกับดินขึ้นแทน บ้านหลังเดิมที่อิสราเอลทำลายไป

เมื่อพี่จับมือศัตรู หมายฆ่าน้อง
         แม้สหประชาชาติจะออกมาระบุก่อนหน้านี้ว่า ชาวกาซาอย่างน้อย 300,000 คนจาก 1.5 ล้านคน กำลังอยู่ในภาวะอดอยากอย่างรุนแรง และถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือเร่งด่วน ทั้งหมดจะทยอยตายลง และนายบัน คี มุน เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติก็ออกมายอมรับว่าชาวกาซาใช้ชีวิตอยู่อย่างสิ้นหวัง แต่สหประชาชาติก็ไม่ได้เร่งรีบในการให้ความช่วยเหลือชาวกาซาแต่อย่างใด แม้แต่คดีการก่ออาชญากรรมสงครามที่อิสราเอลกระทำกับชาวปาเลสไตน์ในกาซา สหประชาชาติก็ยังคงเต๊ะถ่วงการดำเนินการดงกล่าว

        ขณะที่ชาวกาซาต้องเผชิญกับการปิดล้อมของอิสราเอลมาต่อเนื่องตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2007 จนถึงปัจจุบัน โดยมีช่องทางตอนใต้ที่ติดกับอิยิปต์เท่านั้นที่ยังคงเป็นเหมือนสายเลือดใน การขนสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าช่วยเหลือพี่น้องในกาซา

        แต่วันนี้เส้นเลือดนี้กำลังตีบตันเมื่ออิยิปต์ได้เพิ่มความร่วมมือกับ อิสราเอลมากขึ้น โดยการสร้างกำแพงปิดล้อมดินแดนตอนใต้ของกาซา และสร้างกำแพงเหล็กลงไปใต้ดินอีกอย่างน้อย 20 เมตร เพื่อตัดขาดอุโมงค์ขนสงสิ่งบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ในกาซา ทั้งหมด

        นอกจากจะตัดความพยายามของชาวกาซาในการออกมาหาความช่วยเหลือจากภายนอกด้วย กำแพงที่กำลังสร้างขึ้นใหม่นี้ แต่อิยิปต์ยังได้พยายามถ่วงเวลาความช่วยเหลือจากภายนอกที่จะส่งเข้าไปยังดิน แดนกาซาด้วยวิธีต่างๆ

  เกมแห่งการฆ่า ไม่เคยจบ
        แต่จะต้องอยู่อย่างยากลำบาก แต่อิสราเอลก็ยังคงใช้ปฏิบัติการอันป่าเถื่อนในการโจมตีพลเรือนชาวปาเลสไตน์ อย่างต่อเนื่อง โดยให้การฆ่าชาวปาเลสไตน์เป็นเหนือนเกมที่ให้วัยรุนชาวยิวได้เล่นอย่างสนุน สนาน ดังที่อิสราเอลได้เปิดเผยว่าได้ใช้ทหารอายุน้อยๆ ทั้งชายหญิง ในการบังคับเครื่องบินสอดแนบไร้คนขับในการเข้ามาชี้เป้าในการทิ้งระเบิด เพื่อฆ่าชาวปาเลสไตน์ต่อไป

        ดังที่สื่อของอิสราเอลได้เปิดเผยในช่วงครบรอบหนึ่งปีอาชญากรรมสงครามในกาซา ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังการก่ออาชญากรรมสงครามฆ่าสตรี และเด็กๆ ชาวปาเลสไตน์รายหนึ่งคือทหารหญิงยศร้อยตรี อายุ 21 ปี ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเครื่องบินสอดแนม ในการชี้เป้าเพื่อฆ่าชาวปาเลสไตน์ โดยกระทำมันเสมือนเป็นการเล่นเกมธรรมดา

        ขณะที่ปฎิบัติการดังกล่าวของอิสราเอล ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยอิสราเอลมักสรรหาข้ออ้างต่างๆ นาๆ มาเพื่อเกมแห่งการฆ่านี้ และใช้สื่อเป็นเครื่องมือป้ายสีคนที่ถูกฆ่าให้เป็นฝ่ายผิด และให้ฆาตกรเป็นฝ่ายถูก

        นี่คือชีวิตจริง ที่หนักหนาสาหัสกว่าในละครที่หลายคนได้ดูกัน เพราะนี่คือเลือดจริง เจ็บจริง ตายจริง และสูญเสียจริง แต่มันคงเป็นเพียงการสูญเสียเพียงแค่ชีวิต และทรัพย์สิน แต่จิตใจกลับเข้มแข็งขึ้นด้วยความตั้งมั่นในการต่อสู้เพื่ออัล-อิสลาม..!


Chat module by BoWoB Chat for Drupal