
อิสลามกับลัทธิซิวคิวล่าห์(secularism)
เขียนโดย webmaster เมื่อ 21 มกราคม, 2010 - 02:24.
คอลัม:
อิบนุอาลีอัลนัดวีย์ลัทธิซิคคิวล่าห์ มีชื่อเรียกในภาษาอาหรับว่า อัลมานียะฮ์” ซึ่งเป็นการเรียกที่ไม่ถุกต้อง เพราะการเรียกเช่นนี้ในภาษาอาหรับบ่งบอกถึงความหมายว่าเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง ของวิชาความรู้ ซึ่งที่จริงแล้วความหมายดั้งเดิมของคำว่า “ secularism” ไม่มีความเกี่ยวพันใดๆกับศาสตร์แห่งการเรียนรู้เลย แม้แต่น้อย(science) แต่ทว่าเป้าหมายที่แท้จริงของคำนี้ก็คือการดำรงชีวิตอยู่บนรากฐานแห่งสติ ปัญญาและความรู้ที่ได้คิดค้นขึ้น แบ่งแยกสิ่งเหล่านี้อย่างสมบูรณ์แบบออกจาศาสนาและวิถีการดำรงชีวิต ซึ่งการเรีกยที่ถุกต้องในภาษาอาหรับก็คือคำว่า“อัล-ลาดีนี่ยะฮ์” ซึ่งมีความหมายเป็นไทยว่า “ลัทธิไร้ศาสนา” (ดู: อัล เมาซูอะฮ์อัลมุยัสสะเราะฮ์ หน้า 679 เล่มสอง ดร. มานิอฺอิบนฺ ฮัมมาดอัลญุฮะนีย์)
ลัทธินี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในยุโรปในยุโรปในช่วงศรรตวรรษที่สิบเจ็ดและได้ เคลื่อนย้ายเข้ามาในตะวันออกกลางในต้นศรรตวรรษสิบเก้าโดยรูปแบบของรากฐานที มั่นคงยังประทเศอียิปต์ ตุรกี อีหร่าน เลบานอน ซีเรีย และก็ตูนีเซีย ต่อมาก็ตามด้วยประเทศอีรัคในปลายศรรตวรรษสิบเก้า ส่วนอาหรับประเทศอื่นๆได้เข้ามาในช่วงศรรตวรรษที่ยี่สิบ
และความหมายที่เป็นมติฉันต์ของคำว่า (secularism)”ซิคคิวล่าห์” คือการแบ่งแยกศาสนาออกจากการปกครองและการดำเนินชีวิต ซึ่งเพียงแต่ยังคงศาสนาไว้ในความความคิดและความทรงจำในหัวใจของบคุคลหนึ่ง ซึ่งไม่มีการเกี่ยวข้องกับพระเจ้าแต่อย่างใด หรืออาจจะมีบ้างก็เพียงแค่สัญลักษณ์หรือประเพณีบางประการอย่างเช่นพิธีแต่ง งาน หรือพิธิฝังศพ และอื่นจากนี้
ลัทธินี้จะมีจะมีการสอดคล้องกันกับคริสเตียนในเรื่องของการแบ่งแยกศาสนาออก จากการเมืองการปกครอง ดั่งมีคำกล่าวซึ่งปรากฎอยู่ในใบเบิ้ล “จงมอบสิทธิของกัยศ็อรแก่กัยศ็อร และจงมองสิทธิของพระเจ้าแก่แก่พระเจ้า” ส่วนในศาสนาอิสลามไม่มีสิง่ต่างๆเหล่านี้ปรากฎอยู่ ฉะนั้นมุสลิมทุกคนจะต้องมอบตัวของเขาและชีวิตของให้อยู่ภายใต้กฎหมายและคำดำ รัสของอัลลอฮตะอาลาแด่เพียงผู้เดียว”จง กล่างเถิดโอ้มูฮัมหมัดเอ๋ย แท้จริงการละหมาดของฉันการพลีของฉันการมีชีวิตอยู่ตลอดจนการตายของฉันเป็น สิทธของพระองค์ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก” (อัล-อันอาม 162).
หลักศรัทธาและแนวความคิด:
* ผู้ที่เลื่อมใสลัทธินี้บางคนปฎิเสธต่อการมีของอัลลอฮ.
* บางคนศรัทธาต่อการมีอัลลอฮแต่ปฎิเสธความสำพันธ์ระหว่างอัลลอฮฺกับการดำเนินชีวิต.
* แบ่งแยกศาสนาออกจากการปกครองและดำรงชีวิตด้วยกับวัตถุนิยม.
* การยึดองค์ประโยชณ์ “pragmatism “เป็นที่ตั้งในการดำรงชีวิต.
* ไส่ร้ายป้ายสีต่อหลักความจริงของอิสลาม ตลอดจนคำภีร์กรุอานและบรรดานบี.
* การกล่าวอ้างว่าอิสลามนั้นคือวิถีแห่งพิธีกรรมและความเชื่อทางจิตวิญญานเท่านั้น.
* การกล่าวอ้างว่ากฎหมายอิสลามมีที่มาจากกฎหมายโรมัน.
* การกล่าวอ้างว่าอิสลามคือกฎหมายที่ล้าหลังไม่ทันต่อยุคสมัย.
* เรียกร้องและส่งเสริมไห้สตรีมีสิทธิและเสรีภาพเทียบเท่าบุรุษเพศ.
* ไส่ใคล้อารยธรรมของอิสลามและบั่นทอนขบวนการเคลื่อนไหวและฟื้นฟูอิสลาม.
* อบรมบุตรหลานไห้เติบโตมาในสภาพที่ไม่มีศาสนา
* ฟื้นฟูอารยธรรมโบราณซึ่งขัดต่อหลักการศาสน
* ปฎิเสธต่าการคิดคำนวนในแห่งการฟื้นคืนชีพ
* ปฎิเสธหลักการอิสลามในการตัดสินปัญหาต่างๆในชีวิต.
* อนุมัติในสิ่งที่ต้องห้าม เช่น ในเรื่องของเพศตรงข้าม การพนันดอกเบี้ยตลอดจนล่วงเกินสิทธิขิงผู้อื่นเพื่อประโยชณ์สุขของตัวเอง.
* เรียกร้องและเชิญชวนไปสู่ความเป็นชาตินิยม
* ให้สิทธิและเสรีภาพกับสื่อจนเกินขอบเขตแม้กระทั่งสามารถที่จะเปิดเผยสิ่งพึงละอายให้สาธารณชนได้รับรู้.
จุดยืนของอิสลามต่อ “ลัทธิซิคคิวล่าห์ “ :
ลัทธิซิคคิวล่าห์เป็นลัทธิที่ขัดแย้งกับอิสลามอย่างสิ้นเชิงเลยเนื่อง จากอิสลามเป็นศาสนาทีสัจจริงที่รวบรวมทุกอย่างไว้กับมนุษยชาติทุกหมู่เหล่าไว้ ยึดถือปฎิบัติและดำรงชีวิตซึ่งไม่สามารถแยกศาสนาขอจากการดำรงชีวิตและการ ปกครองออกได้เลย คือศาสนาที่ประจักษ์ว่าไม่พระเจ้าอื่นใดเว้นแต่อัลลอฮฺและมุฮัมหมัดเป็นศาสน ทูตของพระองค์ ซึ่งคำปฎิญาณนี้จะไม่สมบูรณ์แบบหากว่าผู้ที่กล่าวไม่ ยึดมั่นและอีบาดะฮ์ต่ออัลลอฮฺเพียงองค์เดียว และยึดถือสิ่งที่มาจากท่านรอซุ้ลโดยการนำไปปฎิบัติ และใช้มันในการตัดสินปัญหาและปกครอง ตลอดจนใช้มันในการดำรงชีวิต ดั่งที่มีกล่าวไว้ในคำภีร์อัลกุรอาลว่า “ มิใช่เช่นนั้นดอก ข้าขอสาบาญด้วยพระเจ้าของเจ้าว่า เขาเหล่านั้นจะไม่ศรัทธาจนกว่าพวกเขาจะใด้ตัดสินในสิ่งที่ได้ขัดแย้งกัน ระหว่างพวกเขา แล้วพวกเขาไม่พบความคับใจใดๆในจิตใจของพวกเขาจากสิ่งที่เจ้าได้ตัดสินไป และพวกเขายอมจำนนด้วยดี”อัล-นิสาอฺ (65) (ดู :มะซาฮิบฟิกรียะฮ์ มุอาซิเราะฮ์.,มุฮัมหมัด กุฎุบ )
และทั้งหมดนี่เป็นเพียงตัวอย่างเพียงบางส่วนที่หยิบยกมาเพื่อที่จะได้ ตระหนักถึงแนวความคิดและหลักศรัทธาว่าอิสลามกับระบอบซิคคิวลาห์ นั้นต่างขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งหากเรานำระบบนี้มาใช้ในการดำรงชีวิตก็เท่ากับว่า เรานั้นได้ออกห่างจากอิสลามและกลายสภาพเป็นผู้ที่ปฎิเสธศรัทธาไปในที่สุด ……. อะ อูซุบิ้ลลาฮิมินซาลิก



ความคิดเห็นล่าสุด
1 สัปดาห์ 6 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
4 weeks 3 days ก่อน
4 weeks 6 days ก่อน
6 weeks 5 days ก่อน
7 weeks 3 days ก่อน
8 weeks 6 days ก่อน
10 weeks 16 hours ก่อน
10 weeks 5 days ก่อน