รักร่วมเพศในทรรศนะของอิสลาม (ตอนที่ 3/3)

คอลัม: 
อัช ชีฟาอ์

        5) ผลที่ตามมาของโรคเอดส์เพียงพอที่จะพิสูจน์ว่า การรักร่วมเพศ เป็นสิ่งชั่วร้ายและเป็นอันตรายต่อสังคม ในช่วงแรกของการแพร่ระบาดของโรคเอดส์เกิดขึ้นในกลุ่มคนรักร่วมเพศ ต่อมาลุกลามไปในหมู่พวกรักต่างเพศจากการให้เลือด การฉีดยาเสพติดเข้าเส้นเลือด และพวกที่ถูกเรียกว่า Bisexual (รักสองเพศ) และลุกลามอย่างรวดเร็วในหมู่พวกรักต่างเพศที่สำส่อน

        6) ศาสนาอิสลามถือว่าการรักร่วมเพศเป็นผลจากการเลือก และเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ที่ว่า พระเจ้าทำให้มนุษย์ให้เป็นคนรักร่วมเพศ แล้วต่อมาพระองค์กลับประกาศว่ามันเป็นความผิดและกำหนดโทษทั้งในโลกนี้และโลกหน้า การที่จะยอมรับข้อเสนอดังกล่าว หมายถึงยอมรับว่า พระเจ้าไม่เที่ยงธรรม

        ความเบี่ยงเบนสามารถเกิดขึ้นในตัวมนุษย์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งตามธรรมชาติและฝืนธรรมชาติ จากการผิดศีลธรรมทางเพศ จนถึงข่มขืนกระทำชำเรา จากการร่วมเพศกับศพถึงการร่วมเพศกับสัตว์ แนวโน้มเหล่านี้อาจมาจากการชักจูงของมารร้าย อิทธิพลของสื่อ จากการล่อลวงหรือการติดต่อโดยตรงของคน

        มนุษย์มิใช่หุ่นยนต์ซึ่งทำตามที่ได้รับการตั้งโปรแกรมไว้ มนุษย์เลือกที่จะกระทำ และพระเจ้ากำหนดให้เขารับผิดชอบสำหรับการเลือกของเขา ถ้าหากว่าการรักร่วมเพศเป็นผลิตผลของชะตากรรมทางพันธุศาสตร์ จะเป็นการไม่ยุติธรรมสำหรับพระเจ้าที่จะทำให้มันเป็นความผิด และลงโทษคนเหล่านั้นที่ประพฤติ ปัจจุบันนี้ นักวิทยาศาสตร์บางคนถึงกับอ้างว่าการฆาตกรรมเป็นสิ่งที่เกิดจากต้นเหตุทางพันธุกรรม การที่จะยอมรับเช่นนั้นหมายถึงการให้ข้ออ้างสำหรับฆาตกร และถือว่าการฆาตกรรมนั้นเป็นเรื่องที่ให้อภัยได้กระนั้นหรือ

        7) ศาสนาอิสลามสอนให้พ่อแม่แยกลูก ๆ ให้นอนคนละเตียงกัน เมื่อพวกเขามีอายุ 10 ปี เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีประสบการณ์ทางเพศ ซึ่งอาจเกิดจากการอยากทดลองของเด็ก ประสบการณ์ทางเพศเช่นนี้อาจมาจากคนที่รู้จักมักคุ้นกันในโรงเรียน และจากการกระทำของพวกผู้ใหญ่.....

        นอกจากนั้น การทำให้เพศชายหญิงมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนได้รับการกระทำอย่าง เข้มงวดในคำสอนของศาสนาอิสลาม ท่านศาสดาสาปแช่งผู้ชายที่เลียนแบบผู้หญิง และผู้หญิงที่เลียนแบบผู้ชาย

        อุตสาหกรรมแฟชั่นของโลกตะวันตกถูกควบคุมโดยพวกรักร่วมเพศ ผู้ซึ่งพยายามที่จะลืมเลือนการแบ่งแยกระหว่างชายและหญิง เพื่อที่จะทำให้พฤติกรรมของพวกเขาเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ผลที่ตามมาคือ แฟชั่นของผู้ชายกระเดียดไปทางเพศหญิงในสไตล์และสีสัน และผู้หญิงในปัจจุบันสวมใส่สูทสามชั้นผูกเนคไท สวมหมวก และสวมรองเท้าแบบของผู้ชาย

        การแบ่งแยกนี้อาจแตกต่างกันไปตามสังคมแต่ละสังคม ตัวอย่างเช่น ในสก็อตแลนด์ ผู้ชายสวมชุดเสื้อผ้ายาวเพียงเข่าที่เรียกว่า “kilts” ในสก็อตแลนด์จะไม่ถือว่าเป็นการเลียนแบบเพศหญิง แต่ในสังคมที่ซึ่งผู้หญิงเท่านั้นสวมชุดดังกล่าว อาจถือได้ว่าเป็นการเลียนแบบได้


Chat module by BoWoB Chat for Drupal