คุณรู้จักบุคคลที่สามดีแล้วหรือ ?

คอลัม: 
อับดุลอะซีซ โสภณวสุ

        ทบจะเป็นเรื่องธรรมดาของผู้คนในสังคมสำหรับเรื่องการกล่าวถึงบุคคลที่สามในทาง ที่ไม่ดี หรือการต่อว่าคนที่กระทำในสิ่งซึ่งตนเองไม่พอใจโดยลับหลัง

        ลึกๆ แล้วส่วนหนึ่งมันคือการทำให้รู้สึกว่าตัวเองดีกว่าเขา เขาแย่กว่า เขามีข้อด้อยกว่า ประหนึ่งว่าตัวเองนั้นมีคุณธรรมกว่าเขาเสียเหลือเกิน ลักษณะนี้มักเกิดขึ้นบ่อยสำหรับคนที่มีอาการไม่ยอมรับว่าคนอื่นดีกว่าตน

        คนบางคนมีนิสัยชอบมีเรื่องเม้าท์ ชอบสร้างประเด็นในการที่จะว่าร้ายผู้อื่น บางครั้งเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ยังเอามาทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตได้ และบางครั้งก็ปั้นน้ำเป็นตัว ซึ่งคนใดก็ตามที่มีพฤติกรรมเหล่านี้บ่อยๆจนติดเป็นนิสัยถาวร มันก็จะมีอาการอื่นเพิ่มเข้ามาอีก นั่นก็คือนิสัยโกหกเป็นนิจสิน คือสร้างจินตนาการขึ้นมาเองว่าคนอื่นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งๆที่เขาไม่ได้เป็น แล้วก็นำจินตนาการเหล่านั้นไปนินทาหรือกล่าวหาใส่ร้ายให้คนอื่นฟัง

        เรื่องนี้เป็นความผิดที่ร้ายแรง เพราะถือว่าเป็นจอมโกหกที่เชื่อถือไม่ได้ ถ้าเป็นสมัยก่อนคนอย่างนี้รายงานหะดีษก็ไม่ได้ แจ้งข่าวคราวอะไรก็ไม่มีคนเชื่อ (ลำพังแค่คนความจำไม่ดีพูดจาสับสนเขาก็ไม่เชื่อถือแล้ว นับประสาอะไรกับคนชอบโกหก) เพราะยุคแรกของประชาชาตินี้เป็นยุคของคนมีคุณธรรม แต่สำหรับยุคหลัง ดูเหมือนว่าเหล่าจอมโกหกจะมีให้เห็นอยู่มากมายและไม่ถูกต่อต้านจากคนใกล้ตัว กอปรกับว่าผู้คนต่างไม่ยึดหลักอิสลามในการชี้วัดตัดสินคน ว่าคนไหนดีไม่ดี คนไหนเชื่อถือได้หรือเชื่อถือไม่ได้

        อิสลามสอนให้คิดต่อผู้อื่นในแง่ดีเสมอในเรื่องที่เราไม่รู้ ในเรื่องที่คลุมเครือไม่มีหลักฐานชัดเจน ไม่ได้เห็นกับตา ลำพังเพียงแค่การคาดเดาเกี่ยวกับตัวผู้อื่น ศาสนาก็ไม่อนุญาต ดังที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า “พวกท่านพึงระวังการคาดเดา แท้จริงการคาดเดานั้นเป็นคำพูดที่โกหก” (หะดีษบุคอรีย์และมุสลิม)

        บางคนพูดถึงคนอื่นแต่ในทางร้ายๆ ประหนึ่งพูดถึงใครดีๆไม่เป็น คนพวกนี้จะพูดถึงแต่คนที่ตัวเองรักหรือลูกหลานที่ตัวเองโปรดในทางที่ดีเท่า นั้น ส่วนคนอื่นนอกเหนือจากนี้ไม่ปลอดภัยจากลิ้นของเขาอย่างแน่นอน

        พวกเราเองทุกคนต้องสร้างมาตรฐานใหม่ในการฟังข้อมูล อย่าเป็นคนหูเบา เพราะการหูเบาเป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นสิ่งที่ศาสนาห้าม เราต้องรู้ว่าเราไม่ได้อยู่กับคนอื่นตลอดเวลา ไม่ได้เห็นเขาตลอด ฉะนั้นจะฟังเรื่องราวอะไรของคนอื่นก็ต้องคัดกรองรับเฉพาะเรื่องดีๆ ส่วนเรื่องไม่ดีนั้นอย่าฟัง ยกเว้นว่าคนที่รายงานนั้นเชื่อถือได้ และแน่นอนว่าคนที่มีคุณธรรมเชื่อถือได้นั้นก็จะไม่นินทาคนอื่นหรือกล่าวร้าย คนอื่นให้เราฟัง ยกเว้นบางกรณีที่ศาสนาอนุโลมให้ต่อว่าลับหลังได้

        ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า “พอเพียงแล้วที่จะได้ชื่อว่า เป็นคนโกหก คือ การที่เขา รายงานด้วยทุกสิ่งที่ได้ยินมา” (หะดีษมุสลิม)

        ตามมาตรฐานของอิสลามแล้วคนหูเบาเล่าต่อก็ถือว่าเป็นคนโกหก เป็นคนที่เชื่อถือไม่ได้เช่นกัน เพราะแสดงว่าต้องมีโรคอะไรซักอย่างในหัวใจที่เวลาฟังคนด่าคนแล้วก็เชื่อเลย ทันที บางครั้งมันอาจมีความอิจฉา มีความทะนงตนซ่อนอยู่

        เราต้องปรับมาตรฐานเสียใหม่ ไม่เชื่อถือคนชอบโกหก คนหูเบา คนความจำบกพร่อง คนไม่มีคุณธรรม คนขาดละหมาด คนทำสิ่งฝ่าฝืนเป็นประจำ เหล่านี้เราไม่ให้ความเชื่อถือ ยิ่งแล้วถ้าเป็นข้อมูลที่ให้ร้ายบุคคลที่สาม เราไม่รับรู้รับฟังอย่างเด็ดขาด ต้องตรวจสอบวัดผู้ที่รายงานข้อมูลโดยยึดหลักการศาสนา


Chat module by BoWoB Chat for Drupal