บริหาร ?ความเป็นผู้หญิง? ด้วยอิสลาม

มุสลิมะห์ร่วมละหมาดที่มัสยิด
คอลัม: 
มุฏมะอินนะฮฺ

       ป็นที่รู้กันว่าผู้หญิงนั้นถูกสร้างมาให้มีลักษณะแตกต่างจากผู้ชาย ไม่ใช่แค่เพียงทางกายภาพภายนอก แต่ยังรวมถึงอารมณ์ความรู้สึกภายในด้วย ความ แตกต่างนี้แน่นอนที่สุดว่ามันคือความสวยงามในระบบระเบียบแห่งการสร้างของอัล ลอฮฺ เพราะท้ายสุดความแตกต่างนี้ก็จะแบ่งปันข้อดี-ข้อด้อยแก่กันจนเกิดเป็นความ สมดุลที่ช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมมนุษย์ไว้ได้ แต่หลายครั้งเมื่อเราไม่พยายามจะเข้าใจลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันในระหว่าง เพศชายและหญิง โดยเฉพาะในด้านอารมณ์ความรู้สึกซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา ความแตกต่างที่เป็นเรื่องธรรมชาติแห่งการสร้างสรรค์ของอัลลอฮฺนี้ก็อาจนำมา ซึ่งปัญหาร้ายแรงได้อย่างเกินคาด

        หลายครั้งเมื่อต้องใช้ชีวิตหรือทำงานร่วมกัน คำพูดเล็กน้อยที่คุณผู้ชายเอ่ยไปโดยไม่ได้คิดอะไรอาจถูกนำมาวิเคราะห์ตีความ ราวกับเป็นวาระแห่งชาติได้โดยคุณผู้หญิงทั้งหลาย เท่าๆกับที่เรื่องที่ดูเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตเสียเหลือเกินในสายของคุณ ผู้หญิงก็อาจกลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วยิ่งนักในสายตาของคุณผู้ชาย และมันคงจะเป็นเรื่องขึ้นมาแน่นอนถ้าคุณผู้ชายเกิดทักไปตรงๆว่าอีกฝ่ายกำลัง วิตกเกินเหตุในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ความเข้าใจหรืออย่างน้อยก็พยายามที่จะเข้าใจธรรมชาติของกันและกันจึงเป็น สิ่งที่จะช่วยปรับมุมมองของแต่ละฝ่ายให้วางอยู่บนความเห็นอกเห็นใจกัน และแสดงออกระหว่างกันอย่างมีศิลปะภายใต้ขอบเขตของศาสนา

        ที่จริงวันนี้ตั้งใจจะมาพูดถึงลักษณะเฉพาะในความเป็นผู้หญิงอย่างเจาะจง แต่ต้องเกริ่นเรื่องความแตกต่างระหว่างเพศเสียหน่อยเพื่อนำเข้าสู่ประเด็น หลักที่อยากจะพูด นั่นก็คือลักษณะทางอารมณ์ของเพศหญิงที่อาจก่อให้เกิดปัญหาเมื่ออยู่ร่วมกัน เป็นญะมาอะฮฺ ลองคิดดูเถิด ว่า แค่ผู้หญิงคนเดียวก็เป็นอะไรที่ยากจะเข้าใจอยู่แล้วพอตัว แล้วเมื่อผู้หญิงหลายๆคนมาอยู่รวมกัน มันจะไม่ยิ่งลำบากในการทำความเข้าใจยิ่งขึ้นไปอีกหรือ?

        ถ้าคุณเป็นมุสลิมะฮฺคนหนึ่งที่ต้องอยู่ร่วมกับมุสลิมะฮฺคนอื่นๆในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมโรงเรียน-ร่วมมหาวิทยาลัย เพื่อนร่วมชมรม-ร่วมองค์กร หรือแม้แต่มุสลิมะฮฺที่อยู่ร่วมในญะมาอะฮฺทำงานเดียวกัน คุณ คงจะนึกออกว่ามีหลายเหตุการณ์ทีเดียวที่ลักษณะทางอารมณ์ของความเป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นการชอบคิดมาก อ่อนไหวต่อคำพูดของคนอื่น อยากรู้เรื่องชาวบ้าน ขี้น้อยใจ ขี้อิจฉา ฯลฯ ได้กลายมาเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเรา

        ที่จริงแล้วเราโชคดีกว่าใครที่ได้รู้จักอิสลาม...แนวทางแห่งชีวิตที่มีทางแก้ ให้กับทุกๆ ปัญหา อยู่ที่ว่าเราจะน้อมนำอิสลามไปเป็นทางออกให้แก้ปัญหาของชีวิตมากแค่ไหน อุปนิสัยบางอย่างที่ผู้หญิงทั่วไปชอบกระทำกันแต่อิสลามได้ห้ามปรามไว้ อย่างการนินทา หรือการอิจฉาริษยานั้น เป็นสิ่งที่มุสลิมะฮฺทุกคนต้องหลีกให้ห่าง และถ้าทำได้ มันก็ไม่ใช่แค่ตัวเราเองที่จะได้รับความดีงามในฐานะบ่าวที่เชื่อฟังคำสั่ง ของอัลลอฮฺเท่านั้น แต่สังคมที่เราอยู่ยังจะได้รับความสงบเรียบร้อยตามไปด้วยเต็มๆ นี่คือความงดงามของอิสลาม

        อย่างไรก็ตาม มันมีความรู้สึกอีกหลายอย่างเหมือนกันที่ไม่ได้ถูก-ผิดชัดเจนตามหลักการ ศาสนา แต่ก็ส่งผลกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างเราได้หากไม่ได้รับความเข้าใจที่ เพียงพอ อย่างการที่มุสลิมะฮฺเราบางคนชอบคิดมาก ขี้ใจน้อย หรือแม้แต่ความไม่พอใจที่เรามีต่อบุคลิกภาพส่วนตัวบางอย่างของพี่น้องคนอื่น โดยที่บุคลิกภาพนั้นไม่ใช่ความผิด เพียงแต่เราไม่ถูกโรคด้วยเท่านั้น ความรู้สึกสารพัดสารเพซึ่งเกิดขึ้นจากความอ่อนไหวแห่งความเป็นผู้หญิงเช่น นี้คงไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นความผิด แต่หลายครั้งการที่เราไม่ควบคุมมันเอาไว้ในขอบเขตที่เหมาะสมก็อาจนำไปสู่การ กระทำที่ผิด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นพี่น้องระหว่างเราได้ และคงจะไม่มีเครื่องมือใดอีกแล้วที่เหมาะควรจะนำมาช่วยเราบริหารความเป็น ผู้หญิงนี้ได้ดีไปกว่าอิสลาม

        อิสลามสอนให้เราเสียสละและให้อภัย สองสิ่งนี้ที่จริงแล้วความหมายของมันกว้างขวางมากและสามารถจะนำไปใช้แก้ ปัญหาเชิงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลได้ในเกือบทุกรูปแบบ เรา ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าการเริ่มต้นแก้ปัญหาจากตัวเราเองนั้นเป็นสิ่งที่ ง่ายกว่าการคาดหวังจากคนอื่น อย่างถ้าเรามีเรื่องขุ่นเคืองกับพี่น้องคนหนึ่ง การที่เราเป็นฝ่ายเริ่มต้นเข้าไปพูดคุยปรับความเข้าใจกับเขาย่อมเป็นเรื่อง ง่ายและควรทำมากกว่าคาดหวังให้เขาเป็นฝ่ายเข้าหาเรา และมันก็เป็นรูปแบบหนึ่งของความหมายอย่างกว้าที่สุดของคำว่า‘เสียสละ’ เราต้องให้ตัวเองเป็นผู้เริ่มที่จะให้ในทุกๆเรื่องร่วมทั้ง‘ให้อภัย’ ใน การอยู่ร่วมกันเป็นญะมาอะฮฺย่อมต้องมีเรื่องที่ไม่ได้ดังใจใครคนหนึ่งอยู่ แล้ว การที่เรารู้จักให้อภัยและมองกันด้วยสายตาแห่งความเห็นอกเห็นใจน่าจะเป็น อะไรที่ดีต่อความเป็นพี่น้องมากที่สุด อย่า ลืมว่าเราทุกคนต่างมีความอ่อนแอแห่งความเป็นมนุษย์ ไม่ต้องนับความอ่อนไหวจากความเป็นผู้หญิงอีก เราหลายคนมีบางห้วงอารมณ์ที่คนอื่นยากจะเข้าถึง มีบางช่วงเวลาของเดือนที่ฉุนเฉียวง่ายและขี้หงุดหงิด แต่ทั้งหมดนั้นมันจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้หรอกถ้าเรานำอิสลาม เข้ามาบริหารจัดการ ในยามที่เราเป็นคนที่มีอารมณ์เช่นนั้นเสียเอง เราก็ต้องให้อิสลามเข้ามาควบคุมการแสดงออกของเราไม่ให้เลยเถิด และในยามที่เราต้องเป็นฝ่ายรับมือกับคนที่มีอารมณ์เช่นนั้น เราก็ต้องให้อิสลามเข้ามาสร้างความเข้าใจและมุมมองที่อ่อนโยนต่อพี่น้องของ เรา

        เชื่อเถิดว่าอิสลามสามารถแก้ไขทุกๆปัญหาในชีวิตของเราได้ แม้แต่เรื่องอ่อนไหวอย่างอารมณ์ความรู้สึกแห่งความเป็นผู้หญิงของเราก็เถอะ อยู่ที่เราเองนั่นแหละว่าได้ให้อิสลามเข้ามามีบทบาทในชีวิตอย่างเต็มที่สักแค่ไหน?


Chat module by BoWoB Chat for Drupal