วิวัฒนาการการศึกษากับนโยบายการศึกษาของไทย

อ่านหนังสือ
คอลัม: 
มุศลิหฺ

       ราจะเห็นได้ว่าการ ศึกษาไทยในภาพรวมได้มีวิวัฒนาการมาโดยตลอด โดยนโยบายสมัยดั้งเดิมของไทยเป็นการศึกษาตามอัธยาศัย ยังไม่มีระบบโรงเรียน การศึกษาสมัยใหม่เริ่มในรัชกาลที่ 5 เน้น ผลิตกำลังคนเข้ารับราชการ นโยบายการศึกษาสมัยเริ่มการปกครองระบอบประชาธิปไตย เน้นพื้นฐานการเป็นพลเมืองดี การเรียนรู้ระบอบประชาธิปไตย ในช่วงยุคสงครามโลกเน้นความเป็นชาตินิยม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เน้น การขยายตัวของการศึกษาทุกระดับ ในสมัยประชาธิปไตยเปลี่ยนชื่อโครงการศึกษามาเป็นแผนการศึกษาชาติ และมีการกำหนดนโยบายการศึกษาในรัฐธรรมนูญและนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อสภา ผู้แทนราษฎร จนกระทั่งนโยบายการศึกษาสมัยพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ กำหนดนโยบายและทิศทางของการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคม มีการขยายการศึกษาทุกระดับ

        ในปัจจุบัน นโยบายการศึกษาสดร้อนๆ ก็คือ โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง Stimulus Package 2 ซึ่งที่ผ่านมา Stimulus Package 1 ก็คือ โครงการเรียนฟรี 15ปี อย่างมีคุณภาพก็ได้ครอบคลุมไปทั่วประเทศ

        แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเป็นนโยบายที่รัฐบาล มี วัตถุประสงค์เพื่อสร้างงาน และสร้างรายได้ โดยการลงทุนของภาครัฐในโครงการที่จะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศในอนาคต พร้อมกับการสร้างโอกาสของภาคเอกชนในการลงทุน แผนงานการลงทุนชายแดนภาคใต้

        โครงการ ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นเจ้าภาพที่จัดสรงบประมาณเพื่อ การพัฒนานั้นมีหลายโครงการทีเดียวที่มุ่งเน้นไปที่พี่น้องมุสลิม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตในระดับชุมชนและพัฒนาจังหวัดซึ่งได้แก่ สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โครงการต่างๆ อาทิ โครงการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษาในโรงเรียนของรัฐ โครงการสนับสนุนโรงเรียนคู่ขนานศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) โครงการพัฒนาการเรียนรู้ระบบสองภาษา (ไทย – มลายู) โครงการรินน้ำใจสู่น้องชาวใต้ โครงการทุนการศึกษาภูมิทายาท โครงการโรงเรียนอุปถัมภ์ (ครอบครัวอุปถัมภ์) โครงการศูนย์ครูใต้ เป็นต้น

        โครงการ ต่างๆที่ออกมาเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นแสดงให้เห็นถึงการที่รัฐให้ ความสำคัญกับการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สอดคล้องกับความต้องการของ ชุมชนนั้นมากขึ้น นับว่าเป็นส่วนสำคัญและอาจเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถลดช่องว่างความไม่ไว้วางใจ ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีความสุขมากขึ้น เมื่อรัฐเริ่มเรียนรู้ที่จะยอมรับความแตกต่างทางศาสนาและวัฒนธรรม ภาษา รวมถึงการใช้ชีวิตของคนที่แตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น การศึกษาจึงอาจเป็นกุญแจดอกสำคัญในการปลดล็อกความรุนแรงก็เป็นได้

        ก็ขอให้พี่น้องทุกท่านร่วมตรวจสอบการใช้จ่ายในโครงการไทยเข้มแข็งนี้ให้ได้ใช้ไปในโครงการอันจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อลูกหลานของเรา


Chat module by BoWoB Chat for Drupal