
ผู้รู้กับการให้เกียรติ
เขียนโดย webmaster เมื่อ 28 มกราคม, 2010 - 13:43.
คอลัม:
คุตบะฮฺ โดยอัดนาน ฮารูนพี่น้องผู้ศรัทธาทั้งหลาย : สังคมของเขาเราในปัจจุบันถือว่าเงินและอำนาจเป็นสิ่งที่จะสร้างซึ่งเกียรติและการ เคารพนับถือ ทั้งๆที่สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วเป็นของนอกกาย ไม่จีรังยั่งยืน เมื่อคุณยังมีเงิน มีอำนาจมีตำแหน่งอยู่ในเก้าอี้ ก็มีคนนับหน้าถือตาและให้เกียรติ แต่เมื่อใดที่สิ่งเหล่านี้หมดไป เกียรติหรือความเคารพนับถือที่คุณได้รับก็หายไปด้วย หนำซ้ำคุณอาจจะได้รับการดูถูกเหยียดหยามด้วยซ้ำไป
ดังนั้น เราจะเห็นได้ในสังคมเราทุกวันนี้ เศรษฐี นักธุรกิจ พ่อค้า เถ้าแก่ คนที่บ้านเรือนใหญ่โต หรูหรา หรือคนที่มีตำแหน่งทางราชการ เป็นผู้อำนายการ ผู้บัญชาการ ผู้ใหญ่บ้าน เป็นสส. สว. สจ. สข. สก. อบต. อบจ. หรืออีกหลายๆตัวย่อ คนเหล่านี้จะได้รับการนับหน้าถือตา ได้รับเกียรติจากสังคม หัวบันใดบ้านไม่แห้ง
แต่ศาสนาอิสลามไม่ใช่เช่นนั้น อิสลามให้เกียรติ สิ่งที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง อิสลามให้ความสำคัญกับความรู้ ดังนั้นคนที่มีความรู้โดยเฉพาะความรู้ศาสนานั้น เกี่ยวกับอัลกุรอาน ฮาดีส คนที่เราเรียกว่าผู้รู้ หรือภาษาอาหรับเรียกว่าอาเล็มหรืออุลามาอฺ คนเหล่านี้แหละที่อิสลามจะยกย่องให้เกียรติและสั่งให้บรรดามุสลิมต้องให้ เกียรติด้วยเช่นกัน ดังที่อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ว่า
(???? ???? ????????? ????????? ??????????? ??????????? ??? ??????????? ???????? ??????????? ?????? ????????????) ???? ?????
“จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด บรรดาผู้รู้และบรรดาผู้ไม่รู้จะเท่าเทียมกันหรือ? แท้จริงบรรดาผู้มีสติปัญญาเท่านั้นที่จะใคร่ครวญ” [39.9]
“จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด บรรดาผู้รู้และบรรดาผู้ไม่รู้จะเท่าเทียมกันหรือ? แท้จริงบรรดาผู้มีสติปัญญาเท่านั้นที่จะใคร่ครวญ” [39.9]
ดังนั้นหากเราถามว่า "ทำไมต้องให้เกียรติบรรดาอุละมาอฺและผู้รู้"?
คำตอบก็คือ เพราะการเคารพและให้เกียรติบรรดาอุละมาอฺนั้นเป็นส่วนหนึ่งของหลักการศาสนาที่มุสลิมต้องยึดมั่นและปฏิบัตินั่นเอง
เชคอับดุรรอฮมาน บิน ซะอฺดียฺ นักวิชาการชาวซาอุดียฺที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งได้กล่าวว่า “อัฮลุซซุนนะหฺวัลญะมาอะหฺนั้นจะเคารพสักการะอัลลอฮฺด้วยการให้เกียรติอุละมาอฺ” กล่าวให้เข้าใจง่ายๆคือ การให้เกียรติอุละมาอฺนั้นเป็นอามัลอิบาดะหฺอย่างหนึ่งนั่นเอง
พี่น้องที่หวังในความเมตตาของอัลลอฮฺทั้งหลาย
ในอัลอัลกุรอานมีหลายอายะห์ที่อัลลอฮฺได้ยกย่องผู้รู้ เช่น
(???????? ??????? ??????? ???? ????????? ???????????? ????? ??????? ??????? ???????) ???? ????
“แท้จริง บรรดาผู้ที่มีความรู้จากปวงบ่าวของพระองค์เท่านั้นที่เกรงกลัวอัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺ นั้นเป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงอภัยเสมอ” [35.28]
“แท้จริง บรรดาผู้ที่มีความรู้จากปวงบ่าวของพระองค์เท่านั้นที่เกรงกลัวอัลลอฮฺ แท้จริงอัลลอฮฺ นั้นเป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงอภัยเสมอ” [35.28]
(???????? ??????? ????????? ???????? ???????? ??????????? ??????? ????????? ????????? ????????? ????? ??????????? ???????) ???? ????????
“เพราะอัลลอฮฺจะทรงยกย่องเทอดเกียรติแก่บรรดาผู้ศรัทธาในหมู่พวกเจ้า และบรรดาผู้ได้รับความรู้หลายชั้น และอัลลอฮฺทรงรอบรู้ยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ” [58.11]
(?????? ??????? ??????? ??? ?????? ?????? ???? ???????????????? ???????? ????????? ???????? ??????????? ??? ?????? ?????? ???? ?????????? ??????????) ???? ?? ?????
“อัลลอฮฺทรงยืนยันว่า แท้จริงไม่มีผู้ที่ควรได้รับการเคารพสักการะใด ๆ นอกจากพระองค์เท่านั้น และมลาอิกะฮ์ และผู้มีความรู้ใน ฐานะดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมนั้น ก็ยืนยันด้วยว่าไม่มีผู้ที่ควรได้รับการเคารพสักการะใด ๆ นอกจากพระองค์ผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปรีชาญาณเท่านั้น” [3.18]
หรือแม้แต่ท่านนบีมุฮัมมัด(ศอลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม)ก็ได้กล่าวถึงความประเสริฐของผู้รู้เช่นเดียวกัน ท่านได้กล่าวว่า
(???? ?????? ??????? ???? ??????? ??????????? ??? ????????) ???? ??????? ?????
“ผู้ใดที่อัลลอฮฺต้องการให้เข้าได้รับสิ่งดีงาม พระองค์จะทรงทำให้เขาเข้าใจ(มีความรู้)ในศาสนา” บันทึกโดยอัลบุคอรีและมุสลิม
“ผู้ใดที่อัลลอฮฺต้องการให้เข้าได้รับสิ่งดีงาม พระองค์จะทรงทำให้เขาเข้าใจ(มีความรู้)ในศาสนา” บันทึกโดยอัลบุคอรีและมุสลิม
ดังนั้น เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ว่าคนที่เป็นผู้รู้นั้นย่อมเป็นผู้ที่อัลลอฮฺทรง ประสงค์ให้เขาได้รับสิ่งดีงามและประสงค์ให้เขาอยู่บนความดีงามและความถูกต้อง
หรืออีกฮาดีสที่รายงานจากท่านอะบี อัดดัรดาอฺ ท่านนบีได้กล่าวว่า
(??????? ?????????? ?????????????? ???? ???? ??? ???????????? ?????? ??? ????????? ????????????? ??? ?????? ???????? ??????? ?????? ?????????? ????? ?????????? ???????? ????????? ???????? ????????? ????? ??????? ???????????? ??????? ???????????? ???????? ?????????????? ??????? ?????????????? ???? ??????????? ????????? ????? ????????? ????????? ????????? ?????? ???????? ?????? ??????? ???????) ???? ??? ???? ????????
“แท้จริงผู้รู้นั้นจะมีบรรดาผู้ที่อยู่บนชั้นฟ้าและแผ่นดินตลอดจนบรรดาสัตว์ปลา ที่อยู่ในน้ำขอวิงวอนให้อัลลอฮ์ทรงอภัยโทษแก่เขา และแท้จริง(จะเปรียบ)ความประเสริฐของผู้รู้ที่เหนือกว่าความประเสริฐของผู้ทำอิบาดะหฺนั้น เปรียบได้กับความสว่างไสวของดวงจันทร์ในหมู่ดวงดาวอื่นๆในคืนพระจันทร์เต็ม ดวง บรรดาอุละมาอฺ(ผู้รู้)นั้นคือทายาท(ผู้ที่สืบทอดมรดก)จากบรรดานบีทั้งหลาย แท้จริงบรรดานบีนั้นมิได้ทิ้งมรดกแม้แต่หนึ่งดีนารฺหรือหนึ่งดิรฮัม(หมายถึง มิได้ทิ้งมรดกเป็นทรัพย์สินเงินทอง) แต่ได้ทิ้งมรดกที่เป็นความรู้ ฉะนั้นหากผู้ใดได้รับมัน ผู้นั้นย่อมได้รับโชคดีอย่างมากมาย” บันทึกโดยอบูดาวูด และอัตติรมิซี
ในยุคบรรพชนยกแรกหรือยุคที่เราเรียกว่า ยุคสลัฟ เป็นยุคที่ผู้รู้หรืออุลามาอฺได้รับการยกย่องและให้เกียรติเป็นอย่างมาก
อิหม่ามอัลฮะซัน อัลบัศรีได้กล่าวว่า “การเสียชีวิตของผู้รู้คนหนึ่งนั้นเปรียบเสมือนรอยแหว่งหนึ่งในอิสลามที่ไม่สามารถทดแทนได้ตราบใดที่ยังมีกลางวันและกลางคืนอยู่”
อิหม่ามอัลเอาวซาอียฺที่มีชื่อเสียงได้กล่าวว่า “มนุษย์ ในทัศนะของเรานั้นคือผู้ที่มีความรู้ หากไม่ใช่ผู้มีความรู้แล้วก็ไม่ใช่อะไรเลย" (หมายถึงว่าหากไม่ใช่คนที่มีความรู้แล้วก็ไม่มีค่าใดๆทั้งสิ้น)
อิหม่ามซุฟยาน อัซเซาวรีย์เคยกล่าวว่า “หากมีผู้รู้แม้เพียงหนึ่งคนอยู่บนยอดเขา เราถือว่าเขานั้นเปรียบเสมือนญะมาอะหฺหนึ่ง”
พี่น้องที่หวังในสรวงสวรรค์ทุกท่าน
จะมีตำแหน่งใดจะสูงส่งเท่าตำแหน่งของผู้รับมรดกจากบรรดานบีอีกหรือ??
อย่าได้แปลกใจหากจะกล่าวว่า “ตำแหน่งของอุละมาอฺนั้นสำคัญกว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรี”
อย่าได้แปลกใจหากจะกล่าวว่า “ความประเสริฐของผู้รู้นั้นสูงส่งกว่ารัฐมนตรีหรือนักการเมือง”
เพราะในขณะที่ผู้รู้กำลังสอนสั่งชี้ทางประชาชาติไปสู่สรวงสวรรค์ แต่นักการเมืองบางคนกลับปฎิบัติตัวและชี้ทางไปสู่นรก !!
คุตบะห์ที่สอง
????? ??? ?????? ???????? ??????? ??? ?? ?? ????? ????? ? ??? ???
พี่น้องที่เป็นประชาชาติของนบีมูฮัมมัดทุกท่าน
เราลองมาดูตัวอย่างการให้เกียรติแก่ผู้รู้ในสมัยก่อนดูบ้างว่ามีเหมือนกับสังคม ปัจจุบันหรือไม่ ท่านอับดุลลอฮฺอิบนุอับบาสซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของท่านนบีเป็นตัวอย่างที่ ดีของการให้เกียรติผู้รู้ มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านซัยดฺบินซาบิตซึ่งเป็นเศาะฮาบะหฺที่มีความรู้ต้องการ ขึ้นขี่ม้าเพื่อเดินทาง ท่านอิบนุอับบาสได้มาเห็นจึงเอื้อมมือไปประคองแท่นที่เหยียบขาเพื่อให้ท่าน ซัยดฺได้เหยียบขึ้นขี้ม้าอย่างสะดวก ท่านซัยดฺ(ด้วยความรักและเคารพในวงศ์วานท่านนบี)ได้กล่าวว่า โปรดถอยออกไปเถอะโอ้ลูกพี่ลูกน้องท่านศาสดา แต่ท่านอิบนุอับบาสได้ตอบไปว่า “ไม่เลย หากแต่เช่นนี้แหละเป็นสิ่งที่เราใช้ให้ปฎิบัติต่อบรรดาอุละมาอฺ”
ท่านอิบนุอับบาสยังได้เล่าว่า “ฉัน เคยลังเลและรอเป็นเวลาหนึ่งปีเพื่อที่จะถามท่านอุมัร บินอัลคอฏฏอบในเรื่องโองการหนึ่งในอัลกุรอาน โดยที่ฉันไม่กล้าถามเพราะเกรงในความน่าเกรงขามของท่าน”
พี่น้องร่วมศรัทธาทั้งหลาย
จากโองการอัลกุรอานและฮาดีสของท่านนบี รวมถึงคำกล่าวของบรรดาชาวสลัฟข้างต้นนั้น มนุษย์ที่มีปัญญาย่อมรู้ได้ถึงความประเสริฐและตำแหน่งอันสูงส่งของบรรดาอุละ มาอฺ มนุษย์ที่มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ย่อมไม่ปฏิเสธบุญคุณของผู้รู้ แท้จริงผู้ที่ปฏิเสธบุญคุณของผู้รู้ก็เปรียบเสมือนเขาปฏิเสธบุญคุณบรรดานบี ทั้งหลาย และโทษทัณฑ์ใดใดเล่าที่จะเหมาะสมกับผู้เนรคุณบรรดานบี
ผู้ศรัทธาที่แท้จริงนั้นต้องรักษาและปกป้องศักดิ์ศรีของผู้รู้ ให้ความสำคัญกับผู้รู้ก่อนคนสามัญธรรมดาทั่วไป รับใช้ผู้รู้ก่อผู้อื่น เคารพให้เกียรติผู้รู้ และมีมารยาทกับผู้รู้
มีรายงานจากท่านอลี บินอบีฏอลิบได้กล่าวว่ “ส่วน หนึ่งของสิทธิผู้รู้(ที่เราต้องปฏิบัติ)คือการไม่เยิ่นเย้อในคำถาม ไม่รีบเร่งต้องการคำตอบ ไม่ดึงดันเมื่อผู้รู้วางเฉย ไม่รั้งผู้รู้เมื่อผู้รู้ขอตัว ไม่เปิดเผยความลับผู้รู้ ไม่นินทาผู้อื่นต่อหน้าผู้รู้ ไม่สืบเสาะข้อบกพร่องผู้รู้ ยอมรับในเหตุผลหากผู้รู้พลาดพลั้ง เคารพและให้เกียรติผู้รู้(เพื่ออัลลอฮฺ)ตราบใดที่ผู้รู้รักษาศาสนาของอัล ลอฮฺ”
มนุษย์ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ไร้อคติย่อมตระหนักดีถึงการให้เกียรติผู้รู้ ไม่ก้าวร้าวผู้รู้ ไม่ทำร้ายผู้รู้ด้วยวาจาหรือการกระทำ ไม่นินทาใส่ร้ายผู้รู้ จงตระหนักเถิดว่า โทษของผู้ละเมิดสิทธิของผู้รู้ ย่อมแตกต่างจากโทษของการละเมิดสิทธิคนทั่วไป การนินทาการกล่าวหาอุละมาอฺย่อมอันตรายมากกว่าการนินทาคนอื่น โทษทัณฑ์การอธรรมผู้รู้ไฉนเลยจะเหมือนโทษทัณฑ์การอธรรมคนสามัญ
(?????? ?????? ????????? ????????? ??????? ?????? ?????? ???? ?????? ???????) ???? ????
เช่นนั้นแหละ และผู้ใดให้เกียรติต่อข้อห้ามทั้งหลายของอัลลอฮฺ*(1) มันก็เป็นการดีแก่เขา ณ ที่พระเจ้าของเขา [22.30]
เช่นนั้นแหละ และผู้ใดให้เกียรติต่อข้อห้ามทั้งหลายของอัลลอฮฺ*(1) มันก็เป็นการดีแก่เขา ณ ที่พระเจ้าของเขา [22.30]
(ความหมายคือผู้ใดให้เกียรติต่อสิ่งที่อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงบัญญัติไว้ในเรื่องของศาสนา เช่น การให้เกียรติความรู้และผู้รู้ และปลีกตัวออกจากสิ่งที่เป็นมะฮ์ศิยัดและข้อห้ามต่าง ๆ การให้เกียรติของเขานั้นก็เป็นการดีแก่เขา คือเขาจะได้รับการตอบแทนที่ดีในวันอาคิเราะฮ์
( ??????? ?????? ????????? ????????? ??????? ?????????? ???? ??????? ?????????? ) ???? ????
ฉะนั้นผู้ใดที่ให้เกียรติแก่พระบัญญัติของอัลลอฮฺ แท้จริงมันเป็นส่วนหนึ่งแห่งการยำเกรงของจิตใจ [22.32]
ฉะนั้นผู้ใดที่ให้เกียรติแก่พระบัญญัติของอัลลอฮฺ แท้จริงมันเป็นส่วนหนึ่งแห่งการยำเกรงของจิตใจ [22.32]
ท่านนบีได้กล่าวในฮาดีสกุดซียฺบทหนึ่งว่า อัลลอฮฺตรัสว่า
(???? ?????? ??? ???????? ?????? ????????? ???????????) ???? ???????
“ผู้ใดที่เป็นศัตรูกับวะลียฺของฉัน ฉันจะประกาศสงครามกับคนผู้นั้น” บันทึกโดย อัลบุคอรี ซึ่งอิหม่ามอิบนุฮะญัรได้อธิบายในหนัสือฟัตฮุลบารียฺว่า วะลีย์ ของอัลลอฮฺนั้น คือผู้ที่รู้ใน(ศาสนา)อัลลอฮฺทำอามัลอิบาดะหฺต่อพระองค์อย่างสม่ำเสมอด้วย จิตใจที่บริสุทธิ์ ดังที่อิหม่ามชาฟิอีและอิหม่ามฮะนะฟีได้กล่าวว่า “หากผู้รู้ไม่ใช่วะลียฺของอัลลอฮฺแล้ว คงไม่มีใครอื่นเป็นวะลียฺของพระองค์”
“ผู้ใดที่เป็นศัตรูกับวะลียฺของฉัน ฉันจะประกาศสงครามกับคนผู้นั้น” บันทึกโดย อัลบุคอรี ซึ่งอิหม่ามอิบนุฮะญัรได้อธิบายในหนัสือฟัตฮุลบารียฺว่า วะลีย์ ของอัลลอฮฺนั้น คือผู้ที่รู้ใน(ศาสนา)อัลลอฮฺทำอามัลอิบาดะหฺต่อพระองค์อย่างสม่ำเสมอด้วย จิตใจที่บริสุทธิ์ ดังที่อิหม่ามชาฟิอีและอิหม่ามฮะนะฟีได้กล่าวว่า “หากผู้รู้ไม่ใช่วะลียฺของอัลลอฮฺแล้ว คงไม่มีใครอื่นเป็นวะลียฺของพระองค์”
มีรายงานจากท่านอิบนุอับบาสได้กล่าวว่า “การให้เกียรติผู้รู้นั้นคือซุนนะหฺของท่านศาสดา”ชาวสลัฟุศศอและหฺได้กล่าวว่า “ศักดิ์ศรีของบรรดาผู้รู้นั้น(เปรียบเสมือน)วางอยู่บนหลุมหนึ่งในนรก” หมายถึงว่าเป็นสิ่งที่ละเมิด ดูถูก เหยียดหยามมิได้
จงจำไว้เถิดว่า “เนื้อหนังของอุละมาอฺนั้นมีพิษ”




ความคิดเห็นล่าสุด
1 สัปดาห์ 6 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
4 weeks 3 days ก่อน
4 weeks 6 days ก่อน
6 weeks 5 days ก่อน
7 weeks 3 days ก่อน
8 weeks 6 days ก่อน
10 weeks 16 hours ก่อน
10 weeks 5 days ก่อน