อิสลามไม่มีไหว้เจ้า

ขนมไหว้ของจีน ที่ใช้เจ้าเป็นข้ออ้างเพื่อการกิน
คอลัม: 
อิบนุอาลีอัลนัดวีย์

        มื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสดูรายการทีวีช่องหนึ่ง ซึ่งช่วงนั้นก็อยู่ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พอดี ในรายการดังกล่าวได้มีแขกรับเชิญมายังรายการ ซึ่งเนื้อหาของรายการก็ได้พูดคุยถึง การไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลปีใหม่ แขกรับเชิญก็ได้มีการนำเสนอเคล็ดและวิธีการต่างๆในการบวงสรวง มีการใช้ผลไม้ เช่น จำพวกส้ม แก้วมังกร หรือธูปเทียน หรือแม้แต่กระทั่งธนบัตร ไว้คอยนับเพื่อเป็นเคล็ดในขณะช่วงที่กำลังเคานท์ดาวน์ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยหากว่าเป็นศาสนาอื่นที่ไม่ใช่อิสลาม แต่ที่แปลกเป็นอย่างยิ่งตรงที่ว่า แขกรับเชิญในรายการนั้นบอกว่า “คนที่เป็นอิสลามก็สามารถกระทำได้ เช่นเดียวกัน เพราะค่าคืนแห่งการเคานท์ดาวน์ มันเป็นค่ำคืนที่พระเจ้าของทุกๆศาสนาจะมารวมตัวกันฉะนั้นจึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะต้องเคารพสักการะท่านเพื่อขอพรต่างๆ !”

        สิ่งต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น เป็นการเข้าใจผิดเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการนับถือพระเจ้าในอิสลาม ซึ่งการเคารพภักดีดีต่อพระเจ้าในอิสลามมิใช่ต้องมาถือธูปเทียน มีส้ม มีอาหารคาวหวาน ต่างๆนาๆ สิ่งต่างๆเหล่านี้ ล้วนแล้วขัดกับสิ่งที่อิสลามได้สอนเราอย่างสิ้นเชิงในการอิบาดะฮฺภักดีต่ออัลลอฮฺ มิหนำซ้ำหากมุสลิมคนใดกระทำสิ่งดังกล่าวก็เท่ากับว่าเขาผู้นั้นต้องการที่จะบอกว่า พระเจ้าในศาสนาอิสลามนั้นอ่อนแอ !! พระเจ้าในอิสลามนั้นสูงส่งยิ่ง กว่าที่จะต้องมาให้มนุษย์ซึ่งมีสถานะเป็นบ่าวที่พระองค์สร้างขึ้นมา แล้วคอยนำสิ่งของต่างๆ มากราบไหว้สักการะบูชาตามเทศกาลต่างๆ หากไม่มีการบูชาดังกล่าวก็คงไม่ใช่พระเจ้านะสิ! เปล่าเลย! พระเจ้าของเราไม่ได้อ่อนแอเยี่ยงนั้น .... ลองคิดดูสิว่า หากผู้ซึ่งเป็นพระเจ้าของเรายังมีความต้องการต่างๆ เฉกเช่นมนุษย์ต้องการนอน ต้องการกิน และดื่ม ต้องการสืบพันธ์ ต้องการอากาศในการหายใจ ... ซึ่งหากไม่มีสิ่งต่างๆ เหล่านี้มนุษย์และสัตว์ก็ไม่สามารถที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ ... นี่หรือคุณลักษณ์ของคำว่า “พระเจ้า” ที่กล่าวอ้างกัน โดยว่าเป็นพระเจ้าที่เรามุสลิมนับถือกันอยู่ ..., คำว่าพระเจ้าในอิสลามมิได้ต้องการสิ่งต่างๆเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย พระเจ้าของเรามิได้ต้องการสิ่งใดๆเลยจากบ่าวของพระองค์ หากแม้ไม่มีบ่าวคอยสักการะ พระเจ้าของเราก็ยังคงความยิ่งใหญ่เกียงไกรอยู่เสมอ โดยที่ไม่มีสิ่งใดๆบนโลกนี้เสมอเหมือนหรือเทียบเคียงพระองค์ได้เลย “ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือนพระองค์ และพระองค์ผู้ทรงได้ยินยิ่งและผู้ทรงเห็นยิ่ง” “และพระองค์ดูแลควบคุมกิจการแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน โดยที่พระองค์เป็นสิทธ์ในการเพิ่มพูนปัจจัยยังชีพแก่ผู้ที่พระองค์ประงสงค์ และทรงให้คับแคบ แท้จริงพระองค์ทรงรอบรู้ทุกอย่าง ”(อัชชูรอ-11-12)

        ฉะนั้นก่อนที่เราจะพูดถึงพระเจ้าในความหมายของศาสนาอิสลาม เราควรมาทำความเข้าใจให้ถ่องแท้เสียก่อนว่าพระเจ้าที่แท้จริงในศาสนาอิสลาม ที่สมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับสิทธิในการเคารพสักการะแต่เพียงพระองค์เดียว ซึ่งไม่มีพระเจ้าอื่นใดบนหน้าแผ่นดินยิ่งใหญ่ไปกว่าพระองค์ คือ “อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา” และการเคารพสักการะต่อพระองค์มิได้ต้องการสื่อชักนำหรือตัวแทนใดๆ ในการเข้าหา และพระองค์เพียงเท่านั้นคือพระเจ้าที่แท้จริงเพียงผู้เดียว และหากว่าบนหน้าแผ่นดินนี้มีพระเจ้าอื่น นอกเหนือจากอัลลอฮฺตะอาลา แล้วไซร้ความระบบต่างๆบนโลกนี้ก็จะสับสนปั่นป่วน และจะเกิดการแตกแยกเนื่องจากการขัดแย้งกันในการสร้างสรรค์และจัดระบบอย่างแน่นอน!!! “หากในชั้นฟ้าและแผ่นดินมีพระเจ้าหลายองค์แล้ว ก็จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างแน่นอน อัลลอฮฺพระเจ้าแห่งบัลลังก์ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งที่พวกเขาเสกสรรค์ปั่นแต่งขึ้น” (อัลอัมบิยาอฺ 22)


Chat module by BoWoB Chat for Drupal