
กฎหมายอิสลาม หรือ กฎหมายไทย
เขียนโดย webmaster เมื่อ 24 กุมภาพันธ์, 2010 - 23:36.
คอลัม:
คิดต่างมองต่างเมื่อวันที่ 12 มี.ค.2547 วันที่ทนายสมชาย นีละไพจิตร ถูกอุ้มหายตัวไป จากรถส่วนตัวของเค้าเอง ท่ามกลางสายตาประชาชน กลางถนนใจกลางเมือง ยังไม่พอสถานที่เกิดเหตุอยู่บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจหัวหมากอีกด้วย ซึ่งในขณะนั้น เป็นยุคแห่งความรุ่งโรจน์กับสิงห์ซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และในที่สุดก็สอบสวนพบว่า ทีมที่อุ้มฆ่าทนายสมชาย นีละไพจิตร ทั้งหมด 5 คน ล้วนแล้วเป็นตำรวจทั้งสิ้น คือ พ.ต.ต.เงิน ทองสุก , พ.ต.ท.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์ , พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน , จ.ส.ต.ชัยเวง พาด้วง และ ส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต
อาจเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่? อย่างไรไม่ทราบได้ ที่สถานการณ์มักดันไปเกี่ยวข้องกับตำรวจซะงั้น ตั้งแต่ผู้นำสูงสุดของประเทศขณะนั้นก็ตำรวจ จุดเกิดเหตุก็ใกล้กับสถานีตำรวจ และ ทีมที่ลงมือทั้ง 5 คนก็คือตำรวจทั้งสิ้น ทำเอากรมตำรวจต้องพลอยเสื่อมเสียไปด้วยเพราะน้ำมือของตำรวจนอกรีตเพียงไม่ กี่คน แต่ถึงอย่างไรก็ดีเรื่องมันผ่านไปแล้ว 6 ปีเต็ม ถึงแม้จะมีการจำคุก พ.ต.ต.เงิน ทองสุก เพียงคนเดียว 3 ปี ส่วนจำเลยอื่นๆ ยกฟ้องไป เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ศาลอาญาตัดสินเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2549 การถูกตัดสินจำคุกเพียง 3 ปี ถึงวันนี้ก็คงพ้นโทษไปเรียบร้อยแล้ว ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลยสำหรับชีวิตทนายสมชาย ผู้เสียสละกับการจำคุกตำรวจนอกรีตเพียง 3 ปี
เพียงพอหรือครับ สำหรับการฆ่าคนตายและถูกจำคุกเพียง 3 ปี ถ้าวันนี้เรายังยอมรับว่าเพียงพอแล้วสำหรับการรับโทษเพียงเท่านี้ ต่อไปการลงโทษเพื่อให้เข็ดหลาบ และข่มขู่ให้ประชาชนเกรงกลัวต่อความผิด และไม่กล้าที่จะทำผิดอีก คงไม่มีความหมายอีกต่อไปแล้วล่ะครับ เรื่องนี้ถ้าตัดสินด้วยระบอบอิสลาม คงไม่มีชื่อของ พ.ต.ต.เงิน ทองสุก แล้วบนโลกใบนี้ เพราะอาจจะต้องโทษประหารไปเรียบร้อยแล้ว แต่วันนี้เรายังไม่สามารถหาร่องรอยของศพทนายสมชายไม่เจอเลย แต่คนที่เป็นฆาตรกรออกมาเดินลอยนวลเสียแล้ว แม้จะผ่านพ้นนายกไปแล้ว 5 คนในระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา ยังมองไม่เห็นว่าจะมีรัฐบาลยุคไหนแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะค้นหาศพอย่างจริง ใจเลย
อัลกุอ่าน บทที่ 2 วรรคที่ 178 กล่าวไว้ว่า “ผู้ศรัทธาทั้งหลาย! การประหารฆาตกร ให้ตายตามในกรณีที่มีผู้ถูกฆ่าตายนั้นได้ถูกกำหนด แก่พวกเจ้าแล้ว คือชายอิสระต่อชายอิสระ และ ทาสต่อทาส และหญิงต่อหญิง แล้วผู้ใดที่สิ่งหนี่ง จากพี่น้องของเขาถูกอภัยให้แก่เขาแล้ว ก็ให้ปฏิบัติ ไปตามนั้นโดยชอบ และให้ชำระแก่เขาโดยดี นั้นคือ การผ่อนปรนจากพระเจ้าของพวกเจ้า และคือ การเอ็นดูเมตตาด้วย แล้วผู้ใดละเมิดหลังจากนั้น เขาก็จะได้รับการลงโทษอันเจ็บแสบ”
คนทั่วไปมักจะมองว่าอิสลามรุนแรงในการลงโทษ แต่มักไม่คิดถึงว่าจะมีผลดีตามมามากขนาดไหนต่อการลงโทษที่รุนแรง ต่อผู้กระทำความผิดที่รุนแรง เพื่อป้อง ปราม ไม่ให้มนุษย์กระทำในสิ่งที่เสียหายรุนแรง ซึ่งแน่นอนครับมาตรฐานของอิสลาม ไม่ใช่รัฐบาล ไม่ใช่รัฐมนตรี ไม่ใช่มนุษย์อื่นที่จะตัดสินและวางมาตรฐานนั้น แต่เป็นมาตรฐานของพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริง ที่พระองค์ทรงกำหนดมาตรฐานไว้ให้มนุษย์ปฏิบัติกัน ไม่ต้องถกเถียงกันและคิดกันเองครับ มุสลิมที่มีหลักศรัทธาอย่างแท้จริงไม่คิดมาก มีเพียงหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น
อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกันและอยากหยิบยกขึ้นมา คือ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ก.พ. เวลาประมาณ 17.30 น. มีนักประกาศข่าวช่อง 7 สี 2 คน ชาย – หญิง คงจะลืมตัวเลยทำงานเกินบทบาทของผู้อ่านข่าวไปครับ วันนั้นมีข่าวเรื่องกลุ่มตอลีบันทำโทษนักโทษของตัวเอง และทำโทษสมาชิกผู้ชายในกลุ่มตอลีบันบางคนที่มีความผิดโทษฐานไม่ยอมไว้เครา โดยได้โกนเคราตัวเองออกหมด ซึ่งกลุ่มตอลีบัน เป็นกลุ่มเคร่งคัดศาสนา เค้าถือว่าการโกนเคราเป็นการทำผิดต่อศาสนาอย่างรุนแรง ตามคำสอนของอิสลามที่พวกเค้ายึดถือ จึงได้เฆี่ยนผู้กระทำผิดต่อหน้าประชาชนในกลุ่ม เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างกับสังคมต่อไป แต่นักอ่านข่าวคงจะลืมตัวเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องความเชื่อของศาสนา อุตส่าห์วิพากษ์วิจารณ์ความเชื่อของศาสนาอิสลาม ว่าเป็นการเฆี่ยนตีที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม ต่อหน้าเด็กและเยาวชน
เรื่องนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่จะสามารถเป็นบทเรียนได้ดีสำหรับคนที่มีสติปัญญา สามารถใคร่ครวญได้เอง ก็เพราะตอลีบันเค้าเชื่อว่าการฝ่าฝืนต่อคำสั่งของท่านศาสดามูฮัมหมัด ซ้อลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่สั่งใช้ให้ผู้ชายมุสลิมไว้เครา เค้าจึงต้องลงโทษอย่างรุนแรงและไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เหตุใดผู้อ่านข่าวถึงได้บังอาจเข้ามาวิพากษ์ ในสิ่งที่ตัวเองไม่มีความรู้เล่า ทีพวกท่านไม่ปฏิบัติศาสนาของพวกท่านมุสลิมเรายังไม่เดือดร้อนอะไรด้วยเลยนะ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องมุสลิมะฮฺ ที่มาเลเซีย เข้าไปหาดูรายละเอียดได้จากในเล่มครับ
ในกุรอ่าน บทที่ 109 วรรค 6 ว่า “สำหรับพวกท่านก็คือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันก็คือศาสนาของฉัน”




ความคิดเห็นล่าสุด
1 สัปดาห์ 6 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
4 weeks 3 days ก่อน
4 weeks 6 days ก่อน
6 weeks 5 days ก่อน
7 weeks 3 days ก่อน
8 weeks 6 days ก่อน
10 weeks 16 hours ก่อน
10 weeks 5 days ก่อน