ไม่ได้เป็นชาวมลายูก็เป็นนายกฯมาเลเซียได้...จริงหรือ?

รายงานพิเศษ: 
การเมือง
รายงานโดย: 
ศูนย์อินโดจีนศึกษา วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา
ธงชาติมาเลเซีย

        ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญชื่อดัง ศาสตราจารย์ ดาโต๊ะช้าด ซาลีม ฟารุกี ได้มีความเห็นว่า ในด้านรัฐธรรมนูญแล้ว ผู้ไม่ใช่ชาวมลายูสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้เช่นเดียวกัน

        เขามีทัศนะเดียวกันกับนักวิชาการอีกท่าน คือ ศาสตราจารย์ ดร.อับดุลอาซิส บารี จากมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติ (UIA) เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเขากล่าวว่า

        “ไม่ได้มีข้อห้ามสำหรับผู้ไม่ใช่ชาวมลายู (ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี) อย่างไรก็ตาม เราก็ทำกันมาจนเคยชินแล้ว”

        “ผมรู้สึกว่า จากความเป็นจริงทางการเมืองในประเทศนี้แล้ว ประเทศนี้เป็นของชาวมลายู” เขาผู้ซึ่งเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมาร่า กล่าว

        เขาได้แสดงความคิดเห็นต่อคำกล่าวของนักวิชาการ ศาสตราจารย์ ดร.อับดุลอาซิส บารีที่กล่าวว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดคุณสมบัติว่านายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นชาวมลายูหรือ นับถือศาสนาอิสลามแต่อย่างใด

        ช้าด ซาลีม มีความเห็นว่า เพื่อให้ประเทศนี้ยังคงมีความสงบสุขและเสถียรภาพต่อไปนั้น สมควรที่ชาวมลายูจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

        “ตามรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีปัญหา (ข้อห้าม) ใด ๆ แต่จากการเมืองและประวัติศาสตร์แล้ว จะเป็นการดีกว่าถ้าประเทศจะยังคงสภาพเดิม (status quo) เช่นนี้ต่อไป” อดีตที่ปรึกษากฎหมายของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมาร่ากล่าว

        บทความของเขาในหนังสือพิมพ์เมื่อวานนี้ ดร.อับดุลอาซิส กล่าวว่า หลักการตามกฎหมายนั้น กำหนดให้ผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรจะได้รับ การแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ารัฐบาล

        เขากล่าวว่า พระราชอำนาจในการแต่งตั้งขององค์พระราชาธิบดีนั้น เป็นเพียงพิธีการเท่านั้น

        ดร.อับดุลอาซิสกล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่ชาวมลายูอาจจะดีกว่าชาวมลายูเสียอีกเพราะเขาจะ “ทำตามหนังสือ” (ทำตามรัฐธรรมนูญ) และทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ความสามารถของเขา

        ดร.อับดุลอาซิสยังได้ชื่นชมผู้ว่าการรัฐปีนัง นายลิมกวนเอิง ที่มีผลงานดีและมีความหวังที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้

        ขณะเดียวกัน ดร.อับดุลอาซิสได้ชี้แจงว่า ชาวมลายูไม่ควรจะกังวลใจต่อสถานะของศาสนาอิสลามและผลประโยชน์ของเชื้อชาติ มลายูเนื่องจากมันได้ถูกกำหนดไว้แล้วนอกระบอบประชาธิปไตย

        “ด้วยเหตุนี้ ผมจึงพูดได้ว่า สามารถมีนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่ชาวมลายู” เขากล่าวผ่านทาง email ที่ส่งมายังสำนักข่าวมาเลเซียกินีในวันอังคาร (23 กุมภาพันธ์)

        เขากล่าวว่า ความคิดที่ว่า พระราชอำนาจของสุลต่านมีน้อยเกินไปซึ่งทำให้พวกหัวรุนแรงนำมาใช้สร้างความ หวาดกลัวให้แก่ประชาชน (ว่าชาวมลายูจะถูกลิดรอนสิทธิ-ผู้แปล) นั้น เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง

        ดร.อับดุลอาซิสกล่าวว่า ความหวาดกลัวหรือการเข้าใจผิดนั้นเกิดขึ้นเพราะรัฐธรรมนูญได้ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดหรือไม่ได้ถูกนำมาใช้

        เขากล่าวว่า หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ก็ไม่น่าจะสร้างความตื่นตระหนกแก่ชาวมลายูเพราะหลังจากที่ประเทศมีนายก รัฐมนตรีชาวมลายูมาแล้วหกคน แต่ผลประโยชน์ของศาสนาอิสลามและชาวมลายูก็ไม่ได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน

        “ที่เรามี (นายกรัฐมนตรี) ก็กล่าวได้ว่า ไม่สนใจสถานะและผลประโยชน์นั้นเหมือนกัน” อาจารย์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นที่รู้จักจากการพูดด้วยเสียงดังและท่าทีขึงขังคนนี้กล่าว

        เกี่ยวกับการทำให้ความคิดนี้เป็นความจริง อับดุลอาซิสกล่าวว่า มันขึ้นอยู่กับความพร้อมของชาวมลายูและความสามารถของผู้ไม่ใช่ชาวมลายู”

        “ความพร้อมนี้เป็นเรื่องที่ต้องดูกันต่อไป ผมแค่อธิบายในด้านกฎหมายตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญเท่านั้น”

        เมื่อถามว่า เขาไม่กลัวชาวมลายูโกรธหรือ ที่เปิดเผยเรื่องที่สังคมยังไม่พร้อมรับฟังนี้ เขากล่าวว่า “ดังเช่นที่เขียนไว้โดยซุบกี ลาติฟในบทความของเขาชื่อว่า Siasah ชาวมลายูที่โง่และถือเอาเชื้อชาติเป็นใหญ่เท่านั้นที่จะมีอารมณ์โกรธ”

        “คนกลุ่มนี้ไม่สมควรได้รับความสนใจ ถ้าเรื่องผลประโยชน์และความเป็นอยู่ของชาวมลายู-อิสลามกลายเป็นประเด็นขึ้น มาแล้ว เราไม่มีสุลต่านกันหรอกหรือ? ผมคิดว่า ถ้าหากบรรดาสุลต่านทรงทราบและตระหนักถึงหน้าที่ของพระองค์แล้ว ภัยอันตรายที่เราจินตนาการกันเอาไว้ก็จะไม่เกิดขึ้น” เขากล่าว


Chat module by BoWoB Chat for Drupal