
แฉภาพเอ็กซเรย์"จีที 200" แค่แท่งพลาสติกกลวงโบ๋
เขียนโดย webmaster เมื่อ 28 กุมภาพันธ์, 2010 - 04:53.
รายงานพิเศษ:
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีรายงานโดย:
ทีมข่าวอิศรา โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา"ชุมชนวิทยาศาสตร์หว้ากอ" เผยแพร่ภาพเอ็กซเรย์ "จีที 200" พบเป็นแค่แท่งพลาสติกกลวง ช่องใส่การ์ดก็โบ๋ ไม่มีจุดสัมผัสกับกลไกอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ "เซ็นเซอร์การ์ด" ก็แค่พลาสติก 2 แผ่นประกบกัน "เจษฎา" สรุปลวงโลก ไม่สามารถทำงานได้จริง เสาอากาศชี้เพราะคนถือเอียงมือโดยไม่รู้ตัว ด้านองค์กรสิทธิฯจี้ ผบ.ทบ.เลิกใช้ด่วน
นักวิชาการและผู้สนใจด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งรวมตัวกันในนาม "ชุมชนวิทยาศาสตร์หว้ากอ" ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ยังคงเดินหน้าตรวจสอบเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ต่อไป หลังจากฝ่ายความมั่นคงยังไม่ยอมยุติการใช้เครื่องมือชนิดนี้ โดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งๆ ที่ผลการทดสอบซึ่งจัดโดยคณะกรรมการที่มีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็น เจ้าภาพ ชี้ชัดว่าเครื่องจีที 200 ไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง เพราะมีสถิติการค้นหาระเบิดต่ำกว่าการเดาสุ่ม
นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาการอิสระผู้ออกมาเปิดโปงกลไกการทำงานของเครื่องจีที 200 ผ่านสื่อ และเป็นหนึ่งในชุมชนวิทยาศาสตร์หว้ากอ เปิดเผยว่า ทางชุมชนได้นำเครื่อง จีที 200 ไปเอ็กซเรย์ที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อพิสูจน์กลไกภายในว่าไม่มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ โดยสาเหตุที่ต้องนำไปเอ็กซเรย์เพราะติดปัญหาไม่สามารถผ่าเครื่องโดยตรงได้
"เราได้รับเครื่อง จีที 200 จาก พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานที่ปรึกษากองทัพไทย ประธานองค์กรอุณาโลม ซึ่งได้รับสนับสนุนเครื่องมาจากภาคเอกชนอีกที ผลการเอกซเรย์พบว่าด้านในของเครื่องกลวงตั้งแต่บริเวณฐานที่เป็นช่องใส่ การ์ดขึ้นไปจนถึงตัวเครื่อง ซึ่งสอดคล้องกับการสังเกตด้วยตาเปล่า ไม่มีจุดสัมผัสอิเล็กทรอนิกส์กับการ์ดแต่อย่างใด"
นายเจษฎา กล่าวต่อว่า ในส่วนของเซ็นเซอร์การ์ดเป็นเพียงแผ่นพลาสติก 2 แผ่น ทากาวยางประกบกันแบบง่ายๆ เมื่อแกะทั้ง 2 แผ่นออกจากกันก็ไม่พบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ มีเพียงเศษกระดาษสีชมพูขนาดเล็กอยู่ภายใน ภาพจากการเอ็กซเรย์ก็ยืนยันว่าไม่มีอะไรอยู่ในการ์ดเช่นกัน
ส่วนที่ด้ามจับบริเวณกลางเครื่องซึ่งเคยสงสัยว่าอาจจะมีอะไรอยู่ด้านในนั้น นายเจษฎา กล่าวว่า ภาพเอ็กซเรย์ก็แสดงให้เห็นว่าว่างเปล่า เช่นเดียวกับบริเวณด้านบนสุดที่ต่อกับเสาอากาศวิทยุของเครื่อง ก็ไม่มีอะไรอยู่ภายใน และไม่มีอะไรที่จะไปบังคับต่อเชื่อมกับเสาอากาศได้ ภาพเอ็กซเรย์ยังแสดงให้เห็นว่าเสาอากาศมีเพียงน็อตขันติดกับแผ่นพลาสติกสีดำ ที่เสียบอยู่กับแกนลวด สามารถโยกขึ้นลง และหมุนซ้ายขวาได้ง่ายเท่านั้น
ย้ำเครื่องลวงโลก-เสาชี้เพราะคนถือ
"สรุป ก็คือเครื่อง จีที 200 ไม่สามารถทำงานได้เอง เริ่มตั้งแต่ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงทฤษฎีวิทยาศาสตร์ ทั้งเรื่องไฟฟ้าสถิตจากร่างกายผู้ถือและหลักการแม่เหล็กดูด-ผลักของสาร, ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงกลไก และไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงประสิทธิภาพ เพราะทดสอบแล้วชี้เป้าถูกต้องต่ำกว่าการเดาสุ่ม" นายเจษฎา กล่าว
นักวิชาการชื่อดัง ยังบอกอีกว่า ทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานสนับสนุนสมมติฐานที่ว่า การที่เสาอากาศของเครื่องหมุนได้นั้น ไม่ได้เกิดจากหลักแม่เหล็กดูดผลักตามที่บริษัทกล่าวอ้าง แต่เป็นผลจากผู้ใช้เครื่องทำให้เสาอากาศหมุนเอง โดยอาจจะเป็นการตั้งใจเอียงเครื่องเพื่อชี้ หรือจะเป็นความบังเอิญในการเอียงเครื่องเล็กน้อยระหว่างเดิน ซึ่งแรงเฉื่อยจากร่างกายผู้ใช้ได้ส่งถ่ายต่อไปยังเครื่อง ทำให้เสาอากาศหมุนได้เมื่อเอียงออกนอกจุดศูนย์ถ่วงที่เสถียรของเครื่อง
"สรุปสุดท้ายว่าการที่เจ้าหน้าที่นำไปใช้แล้วหาวัตถุระเบิดได้นั้น น่าจะมาจากฝีมือและความสามารถส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ท่านนั้น ซึ่งได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีในการตรวจหาพิรุธของการซุกซ่อนวัตถุระเบิด ประกอบกับมีการข่าวที่ดีนำมาก่อน ทำให้เมื่อเดินผ่านบริเวณที่ต้องสงสัย จึงส่งผลต่อจิตใต้สำนึกของเจ้าหน้าที่ทำให้เครื่องเอียงเล็กน้อยโดยไม่รู้ ตัว และชี้เสาอากาศไปยังวัตถุต้องสงสัยได้ แม้ว่าจะซ่อนไว้ค่อนข้างดีแล้วก็ตาม"
เตือนเลิกใช้-ไม่ปลอดภัยแถมละเมิด
นาย เจษฎา กล่าวด้วยว่า มีความเสี่ยงสูงมากๆ หากจะนำเครื่อง จีที 200 และเครื่องที่มีลักษณะเดียวกัน เช่น อัลฟ่า 6 (กระทรวงมหาดไทยเพิ่งจัดซื้อล็อตใหญ่) ไปใช้ในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เพราะมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา
อนึ่ง ก่อนหน้านั้น เมื่อค่ำวันอังคารที่ 23 ก.พ. ที่องค์กรอุณาโลม ภายในราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนามม้านางเลิ้ง กรุงเทพฯ) นายเจษฎา และ พล.อ.ปฐมพงษ์ ได้ร่วมกันตรวจสอบเซ็นเซอร์การ์ดของเครื่อง จีที 200 โดยบันทึกภาพและวิดีโอเอาไว้ ปรากฏว่าเมื่อ พล.อ.ปฐมพงษ์ ใช้มือแกะเซ็นเซอร์การ์ดจนแยกออกเป็น 2 ชิ้น พบเพียงกระดาษแผ่นเล็กๆ แปะอยู่ โดยไม่มีกลไกอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ทั้งสิ้น
องค์กรสิทธิรุกจี้ ผบ.ทบ.หยุดใช้"จีที"
ด้าน มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน สถาบันพัฒนานักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ศูนย์ทนายความมุสลิม และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบง) โดยขอให้กองทัพบกยกเลิกการใช้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีการใช้เครื่อง จีที 200 บุคคลผู้ต้องสงสัย แล้วอ้างว่าตรวจพบสารตั้งต้นวัตถุระเบิดในตัวบุคคลหรือเสื้อผ้า จากนั้นก็ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยได้นานถึง 37 วัน ทำให้บุคคลเหล่านั้นสูญเสียอิสรภาพโดยไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาในทางอาญา
นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้ที่เคยถูกควบคุมตัวเนื่องจากการใช้เครื่องจีที 200 ได้ถูกทางราชการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) เอาไว้ ทำให้ต้องประสบกับความเดือดร้อนและกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพอย่างยิ่ง เช่น ถูกตรวจเข้มเป็นพิเศษในระหว่างเดินทาง ถูกติดตามตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กลายเป็นผู้ต้องสงสัยของรัฐอย่างไม่วันจบสิ้น
โอกาสนี้ทางองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนจึงขอเรียกร้องให้กองทัพบกยกเลิกการใช้ เครื่อง จีที 200 ทั้งหมด ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นหรือ ไม่ และให้ยกเลิกบัญชีดำบุคคลที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง เนื่องจากการใช้เครื่องจีที 200 พร้อมให้ชดเชยและเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ เครื่องจีที 200 โดยเจ้าหน้าที่อย่างรีบด่วนด้วย




ความคิดเห็นล่าสุด
1 สัปดาห์ 6 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
3 weeks 2 days ก่อน
4 weeks 3 days ก่อน
4 weeks 6 days ก่อน
6 weeks 5 days ก่อน
7 weeks 3 days ก่อน
8 weeks 6 days ก่อน
10 weeks 15 hours ก่อน
10 weeks 5 days ก่อน