ดูไบกับอาชญากรรมของหน่วยมอสสาดของยิวและบทเรียนที่มุสลิมต้องตระหนัก

มอสสาด หน่วยลับก่อการร้ายของอิสราเอล
คอลัม: 
อบู อุบัยยฺ นาแซ

       ป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกเมื่อ ตำรวจนครรัฐดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ออกมาระบุว่า หน่วยข่าวกรองมอสสาดของอิสราเอลคือฆาตกรที่ฆ่านายมาห์มูด อัลมับฮูห์ หนึ่งในผู้บัญชาการรบของกลุ่มฮามาสซึ่งเสียชีวิตในโรงแรมแห่งหนึ่งในรัฐดูไบเมื่อเดินมกราคมที่ผ่านมา

       พลตำรวจเอก ฎอฮี ค็อลฟาน ตะมีม ซึ่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจของรัฐดูไบได้กล่าวว่า จากการสอบสวนคดีฆาตกรรม เป็นที่แน่ชัดเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้วว่า มอสสาดคือผู้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมนายมาห์มูด อัลมับฮูห์

       นักวิเคราะห์มองว่าปฏิบัติการ(กรรมชั่ว)ในครั้งนี้สำหรับอิสราเอลแล้ว ถือว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิงถึงแม้ว่าจะสามารถปลิดชีวิตแกนนำฮามาสได้ ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าหลังจากเหตุการณ์ไม่นาน ตำรวจรัฐธรรมดาๆอย่างดูไบก็สามารถเปิดเผยโฉมหน้าของทีมปฏิบัติการต่อสาธารณ ชน และได้เผยแพร่ทั้งชื่อและภาพต่อสำนักข่าวทั่วโลกซึ่งเรื่องนี้สำหรับหน่วย ราชการลับแล้วถือว่าเป็นความล้มเหลวและอับอายเป็นอย่างมากเนื่องจากข้อมูล ของคนเหล่านี้ก็จะถูกแจกจ่ายไปยังหน่วยความมั่นคงในประเทศต่างๆทั่วโลก ทำให้ฆาตกรเหล่านี้หมดประโยชน์ไม่สามารถเข้าไปปฏิบัติการยังประเทศอื่นได้ อีก เหตุผลที่สองที่ถือว่าล้มเหลวสำหรับอิสราเอลก็เพราะว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ความพยายามของยิวที่จะเปิดความสัมพันธ์ทางการฑูตอย่างเป็น ทางการกับเอมิเรตส์เป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้านี้ยิวและเอมิเรตส์ได้มีการติดต่อกันอย่างลับๆมาระยะเวลาหนึ่ง แล้วและรัฐบาลอิสราเอลหมายมั่นปั้นมือว่าในไม่ช้าธงชาติยิวก็จะโบกไสวใน ประเทศเอมิเรตส์พร้อมๆกับการเปิดสถานฑูตยิวในกรุงอาบูดาบี แต่ภายหลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้ทางเอมิเรตส์ต้องกลับไปทบทวนจุดยืนของตนเอง ต่อความสัมพันธ์กับยิว โดยล่าสุดทางดูไบได้เตรียมออกหมายจับนายเนตันยาฮู นายกรัฐมนตรีของยิวและนายมาอีร ดาฆานผู้บัญชาการมอสสาดในข้อหาเป็นผู้บงการฆาตกรรม ส่วนอีกเหตุผลที่ถือว่าภารกิจฆ่าคนครั้งนี้ส่งผลลบต่ออิสราเอลก็เพราะว่า เหตุการณ์นี้ได้สร้างความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับประเทศพันธมิตรทั้ง หลาย เนื่องจากในเหตุการณ์นี้สมาชิกทีมนักฆ่าของยิวได้ใช้หนังสือเดินทางของ ประเทศที่เป็นพันธมิตรของอิสราเอลในการเข้ารัฐดูไบ ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ เยอรมัน ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ ซึ่งภายหลังเหตุการณ์ รัฐบาลอังกฤษและออสเตรเลียได้เรียกทูตอิสราเอลเข้าไปสอบถามและแสดงความไม่พอ ใจในกรณีที่มีการใช้หนังสือเดินทางปลอมของอังกฤษและอิสราเอลในการลอบสังหาร แกนนำฮามาสครั้งนี้

ในเรื่องนี้ในฐานะที่เป็นมุสลิม อยากจะชี้ให้เห็นในบางประเด็นว่า

       1. มุสลิมต้องรู้จักศัตรู อย่าคิดว่าศัตรูเป็นมิตร เพราะศัตรูไม่เคยคิดว่าเราเป็นมิตร อย่างอาหรับเอมิเรตส์ที่หลงคิดว่ายิวคงอยากต้องการสร้างสัมพันธ์ด้วย คงไม่กล้าทำอะไรที่เป็นการหักหน้า แต่ผลสุดท้ายก็อย่างที่เห็น ดังนั้นใครที่ยังหลงเชื่อว่ายิวต้องการสันติภาพต้องกลับไปทบทวนเรื่องนี้ ใหม่

       2. เราอย่าประเมินความสามารถ ของมุสลิมต่ำจนบางครั้งถึงขั้นที่เราดูถูกความสามารถของเราเอง จนลืมไปว่าผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงทำให้แพ้ชนะนั้นคืออัลลอฮฺตะอาลา ดูตัวอย่างในเรื่องนี้ ทั้งๆที่มอสสาดเป็นที่ร่ำลือว่าเป็น หนึ่งในหน่วยข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก แต่ก็ยังถูกตำรวจรัฐดูไบซึ่งไม่ได้เก่งกาจอะไรเปิดเผยโฉมหน้าของทีมฆาตกรได้ ซึ่งตามข่าวนั้นตำรวจดูไบใช้เพียงกล้องวงจรปิดเป็นหลักในการสืบสวน

       3. อยากจะเรียกร้องให้ประเทศ อาหรับหรือประเทศมุสลิมทั้งหลายเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับการตรวจคนเข้าเมือง เพราะประเทศมุสลิมทั้งหลายมักจะอำนายความสะดวกกับกาเฟรโดยเฉพาะคนที่ถือ หนังสือเดินทางตะวันตกในการเข้าออกประเทศโดยไม่ต้องมีวีซ่า(ดูไบก็เป็นเช่น นี้)แต่กลับสร้างอุปสรรคให้กับมุสลิมด้วยกัน

       4. บัตรเครดิตที่ทีมฆาตกรใช้ ในการเข้าพักโรงแรมออกโดยธนาคารแห่งหนึ่งในสหรัฐ คำถามคืออย่างนี้ถือว่าธนาคารของสหรัฐสนับสนุนการก่อการร้ายด้วยหรือไม่ ?แล้วรัฐบาลที่ออกใบอนุญาตให้ธนาคารเหล่านี้ถือว่าเป็นรัฐบาลก่อการร้ายด้วย หรือไม่? เพราะตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐเคยใช้มาตรฐานเยี่ยงนี้กับองค์กรในประเทศมุสลิม ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร มูลนิธิ หน่วยงาน หรือรัฐบาลของประเทศมุสลิม


Chat module by BoWoB Chat for Drupal