"บีบจมูกลูก" ความเชื่อพ่อแม่ กระตุ้นดั้งโด่งได้จริงหรือ?

รายงานพิเศษ: 
มุสลิมะฮฺ
รายงานโดย: 
ASTV ผู้จัดการออนไลน์
บีบจมูกลูกแล้วดั่งโดงจริงเหรอ

       ถือเป็นความเชื่อที่พ่อแม่นิยมกันมา ทุกยุคสมัย กับการบีบคลึงจมูก เพื่อดันดั้งให้ลูกตั้งแต่เล็ก ซึ่งนอกจากมือแล้ว อุปกรณ์ที่นิยมใช้กันคือ "ไม้หนีบผ้า" จนเมื่อ 2 ปีให้หลัง ได้เกิดเป็นกระแสแฟชั่น "ที่หนีบจมูก" เทรนฮิตดั้งโด่งในกลุ่มลูกวัยรุ่น เพราะอยากมีปลายจมูกที่สวย ได้รูปเหมือนกับนักร้องชื่อดังที่ออกมาเผยเคล็ดความหล่อตามข่าว

       กับความเชื่อดังกล่าวข้างต้น "พญ.รา นี บรรดาประณีต" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาล BNH สะท้อนให้ฟังว่า ปัจจุบันค่านิยมความสวยหล่อกำลังมาแรง และได้แพร่กระจายเข้าสู่สังคม และครอบครัวไทยมากขึ้น จมูกถือเป็นหนึ่งในอวัยวะที่พ่อแม่ให้ความสนใจไม่แพ้ส่วนอื่น เพราะกังวลว่า ลูกจะโตเป็นเด็กไม่มีดั้ง ดังนั้นวิธีที่จะช่วยลูกได้ จึงนิยมใช้การบีบ หรือคลึงบริเวณสันจมูกของลูก เพราะเชื่อกันว่า เด็กเล็ก กระดูกจมูกยังอ่อน สามารถทำให้ดั้งของลูกโด่งขึ้นได้
       
       แต่ในความจริงแล้ว คุณหมอบอกว่า ลักษณะจมูกของคนไทย กระดูกของจมูกค่อนข้างจะยุบ เมื่อเทียบกับคนทางยุโรป เพราะฉะนั้น ความเชื่อดังกล่าว ตามทฤษฏีแล้วไม่น่าจะเกี่ยวกันมากนัก เพราะลักษณะการเจริญเติบโตของกระดูก เป็นไปตามยีนส์ที่กำหนดมาแต่เดิมอยู่แล้ว ถึงกระนั้น อาจจะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง แต่ก็เป็นส่วนน้อย อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณพ่อคุณแม่คิดจะลองนวด ขอให้นวด หรือใช้นิ้วชี้ดันด้านข้างจมูกของลูกเบาๆ ไม่ควรบีบในส่วนที่เป็นกระดูกอ่อน โดยเฉพาะปลายจมูก เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบ และบวมได้
       
       "การบีบ คลึงจมูก เป็นการกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูกจมูกก็จริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด โดยทั่วไปกระดูกจมูกจะมี 2 ส่วนคือ สันจมูก (กระดูกแข็ง) ส่วนปลายจมูก หรือด้านข้างจมูกจะเป็นกระดูกอ่อน สำหรับส่วนหลังนี้ จะมีเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงค่อนข้างมาก บ้านไหนที่บีบจมูกให้ลูก อาจทำให้กระดูกส่วนหลังเกิดการอักเสบ และบวมได้ ซึ่งเด็กบางคนอาจมีก้อนเนื้อ หรือมีความผิดปกติที่พ่อแม่ไม่ทราบมาก่อน โดยเฉพาะเด็กเล็ก ที่หายใจทางปากไม่เป็น ถ้าจมูกบวม เด็กจะหายใจไม่สะดวก เกิดปัญหาตามมาได้" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาโสต ศอ นาสิกกล่าว

       อย่างไรก็ดี การใช้อุปกรณ์เสริมอย่าง "ไม้หนีบผ้า" หรือ "ที่หนีบจมูกแฟชั่น" ตามที่เป็นข่าวมาก่อนนั้น คุณหมอให้ความเห็นว่า กระดูกที่ติดมากับเด็กจะเปลี่ยนแปลงค่อนข้างยาก ถ้าพยายามไปขยับอาจทำให้จมูกผิดรูป หรือบิดเบี้ยวได้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ประเภทนั้นบีบจมูกเพื่อเสริมความชันให้ จมูกขนาดนั้น ซึ่งถ้าหนีบไว้นานเกินไป อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณที่บีบตายได้ เนื่องจากเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่ถึง แต่ก่อนที่เนื้อเยื่อจะตาย จะมีอาการปวดก่อน ดังนั้นจึงเป็นสัญญาณเตือนให้ลูกวัยรุ่นรู้ว่าไม่ไหวแล้ว
       
       "หมอเป็นห่วงกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่หนีบ และค้างต่อเนื่องไว้นานเกินไป อาจทำให้เลือดคลั่ง อักเสบ และติดเชื้อได้ แทนที่มันจะโด่ง หมอมองว่า มันจะยิ่งยุบ หรือผิดรูปแทน เพราะการหนีบไว้นานเกินไป กระดูกอ่อนตรงส่วนที่ถูกหนีบจะยุบ และบิดเบี้ยวของรูจมูก หรือปีกจมูกได้ กระแสดังกล่าวนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบาย และคอยเตือนพฤติกรรมของลูกอย่างใกล้ชิด" คุณหมอแนะนำ
       
       ทั้งนี้ คุณหมอให้แง่คิดไปถึงลูกวัยรุ่น และพ่อแม่ทุกคนว่า "การที่ลูกวัยรุ่น ชอบดารา ชอบนักร้อง หมอว่า ชอบได้นะ แต่อย่าลืมว่า ตัวเองก็มีดีเหมือนกัน ไม่ว่าจะเกิดมาหน้าตาเป็นอย่างไร หมอเชื่อว่า ทุกคนมีศักยภาพ และความพิเศษอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว มันอาจจะไม่ได้ดูครั้งแรกแล้วสวย หรือหล่อ แต่ความสวยหล่อมันอาจจะอยู่ข้างใน ที่ต้องให้คนอื่นเข้ามาค้นหา แต่ถ้าจมูกเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราไม่มั่นใจจริงๆ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง ดีกว่าไปทำด้วยตัวเองบนความไม่รู้ และทำผิดวิธี อาจนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัยได้"
       
       "คุณพ่อคุณแม่มีส่วนสำคัญมากที่จะ ช่วยปลูกฝังให้ลูกรู้จักคุณค่าของตัวเอง เพราะถ้าพ่อแม่ยังไม่เห็นไฟ หรือประกายในตัวลูก แล้วใครเล่าจะเห็น ดังนั้น พ่อแม่ควรให้ความสำคัญกับคุณค่าที่อยู่ในตัวลูกมากกว่าค่านิยมความสวยหล่อ โดยชี้ให้ลูกเห็นตั้งแต่เล็กว่า คนไม่สวย ไม่หล่อ แต่มีคุณภาพ ก็ประสบความสำเร็จได้ เมื่อลูกมีความคิดเช่นนี้ ค่านิยมตามกระแส หรืออยากเป็นแบบดาราคนนั้น นักร้องคนนี้ก็จะไม่เกิด นี่คือสิ่งทำให้เด็กไทย ยอมรับความจริง และเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองเป็น" พญ.รานี สรุปทิ้งท้าย<


Chat module by BoWoB Chat for Drupal