ธุรกิจการเงินเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีความเป็นโลกาภิวัตน์มากกว่าภาค เศรษฐกิจใดๆ ด้วยความที่มันเป็นตัวหล่อลื่นธุรกรรมทั้งหลายทั้งปวงที่ระบบไม่อาจขาดมันไป ได้เลย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจวบจนต้นทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 21 สถาบันการเงินในโลกตะวันตกได้ครองความเป็นเจ้าในเซกเตอร์สำคัญนี้อย่างต่อ เนื่องยาวนาน ด้วยการครอบครองเทคโนโลยีอันก้าวหน้าซับซ้อน การมีนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ทางการเงินนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังมีแรงจูงใจอันมหาศาลในการสร้างกำไร
อย่างไรก็ตาม ด้วยนโยบายของภาครัฐในสหรัฐอเมริการและยุโรปที่ไฟเขียวแก่ตลาดการเงินอันแสน เสรีของพวกตนให้"ควบคุมและปกครองกันเอง"อย่างสุดโต่ง สถาบันการเงินโลกตะวันตกพากันสร้างผลิตภัณฑ์การเงินที่ซับซ้อน อิงอยู่กับการสร้างภาระหนี้อย่างนุงนังหนักหน่วง และหากินด้วยการเร่ขายผลิตภัณฑ์ให้แก่นักลงทุนผู้หิวกระหายตัวเลขผลตอบแทนงด งามในทุกภูมิภาคทั่วโลก
มาถึงปัจจุบันนี้ ระบบการเงินของโลกตะวันตกกำลังทำลายล้างตัวเอง แต่ยิ่งกว่านั้น โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ในยามที่ปัญหายังไม่อักเสบ มันได้เพาะสร้างคู่แข่งที่น่ากลัวขึ้นมา กล่าวคือ ภายในประเทศต่างๆ ของเอเชีย พวกสถาบันการเงินที่มากด้วยพรสวรรค์และพรแสวงได้พัฒนาศักยภาพขึ้นมาได้ไล่ เลี่ยกับพวกต้นแบบ หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ
นับจากปี 2007 ธรรมชาติแห่ง"สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อในตน" ได้กัดกินและทำลายสถาบันการเงินของโลกตะวันตกด้วยวิกฤตล้มละลายในตลาดซับ ไพรม์ ในการนี้ ตามข้อมูลของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ความเสียหายที่เกิดแก่สถาบันการเงินสหรัฐฯ สูงเกือบถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งเอเชียโดนหางเลขไปแค่ 40,000 ล้านดอลลาร์
อาจกล่าวได้ว่าแบงก์ทางเอเชียหลบหลีกอานุภาพการทำลายล้างของระเบิด เวลาชื่อ "ตราสารอนุพันธ์ในตลาดซับไพรม์" ได้เป็นส่วนใหญ่ แม้จะเกิดกลียุคในตลาดการเงินโลก แต่โดยทั่วไปแล้ว แบงก์ในเอเชียยังมีฐานเงินทุนที่แข็งแรงดี มีการอันเดอร์ไรท์หนี้ที่ยังนับได้ว่าเข้มงวด และไม่ถูกเล่นงานงอมพระรามจากการล้มระเนนของตลาดที่อยู่อาศัย
ทั้งนี้ อาจจะด้วยประสบการณ์ที่ยังตราตรึงไม่รู้จางจากพิษวิกฤตการเงินปี 1997-98 อาจมีบ้างเป็นบางแบงก์ในเอเชียที่ต้องเดือดร้อนจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008/09 แต่ไม่ปรากฏสภาพการณ์หายนะตายเป็นเบือเกิดขึ้นในแวดวงแบงก์ของเอเชีย ยิ่งกว่านั้น อันที่จริงแล้ว พวกแบงก์ในจีน อินเดีย และเกาหลีมีบทบาทอันสำคัญในการปล่อยสินเชื่อและให้ปัจจัยหนุนช่วยการเติบโต ทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาค
ณ บัดนี้ สถาบันการเงินในเอเชียอยู่ในตำแหน่งแห่งที่อันดีมาก ในอันที่จะฉวยประโยชน์จากสถานการณ์ป่วยหนักของพรรคพวกในซีกโลกตะวันตก พวกกองทุนบริหารความมั่งคั่งภาครัฐ (SWFs) ของเกาหลี จีน และสิงคโปร์ มีเม็ดเงินในมือระดับมหาศาล ขณะที่สินทรัพย์ของฝั่งโลกตะวันตกนับว่าถูกสตางค์เป็นประวัติการณ์ ดังเห็นได้ว่ามีการรุกคืบเกิดขึ้นแล้ว อาทิ ค่าย Korea Investment Corp อันเป็น SWF ของเกาหลีเข้าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองใน Bank of America แถมซีอีโอของค่ายยังพูดจาน่าหยิกไว้เมื่อต้นเดือนนี้ว่า "นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับขณะนี้ เราเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะฟื้น และเราคิดว่าแบงก์ออฟอเมริกาจะฟื้นไปด้วยกันกับระบบเศรษฐกิจ"
ยิ่งกว่านั้น ภูมิทัศน์ใหม่ในตลาดการเงินของโลกตะวันตกจะเอื้อแก่การรุกคืบของสถาบันการ เงินเอเชีย ทั้งนี้ แนวโน้มมีอยู่ว่าในเมื่อพวกแบงก์สะดุดความโลภและแพ้ภัยแก่วิชามารของตน เองอย่างหมดรูป อีกทั้งเปิดโอกาสให้ภาครัฐสามารถเข้าไปล้วงลูกเพื่อโอบอุ้มและจัดระบบให้ เข้าที่เข้าทาง แนวทางของภาครัฐในการพัฒนาระบบการเงินการธนาคารจึงน่าที่จะเน้นให้หวนสู่ บทบาทดั้งเดิม คือการเป็นตัวกลางที่ประชาชนจะนำเงินไปฝากได้อย่างปลอดภัย ให้ดอกเบี้ยตามสมควร แล้วก็ทำหน้าที่ปล่อยกู้โดยทำการวิเคราะห์อย่างเหมาะสม นอกจากนั้น พวกตัวก๋ากั่น ตัวเอ้ๆ ในวงการเงินโลกตะวันตกน่าจะจ๋อยและจ๋องไปอีกนานกว่าที่ภาครัฐท่านจะอนุญาต ให้ธุรกิจนี้"ควบคุมและปกครองตนเอง"ได้จริงๆ อีกครั้งหนึ่ง
แนวโน้มข้างหน้าจึงหมายถึงการเปลี่ยนดุลยภาพภายในระบบเศรษฐกิจโลก ครั้งมโหฬาร ที่เป็นการลดอิทธิพลทางเศรษฐกิจของเพลเยอร์แห่งซีกโลกตะวันตก พร้อมกับเปิดประตูกว้างให้แก่เพลเยอร์อื่นๆ ที่มีศักยภาพดี อาทิ แบงก์และ SWF ของเอเชีย
เงื่อนไขสำคัญเพื่อความสำเร็จในเรื่องนี้มีอยู่ 2 ประการ
ประการแรกคือสิ่งที่มูดี้ส์ สำนักระดับโลกด้านการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ ชี้ไว้ในรายงานแนวโน้มวงการธนาคารเอเชีย 2009 (มิถุนายน 2009) ว่า "ความมั่งคั่งที่พุ่งเพิ่มมหาศาลเมื่อเร็วๆ นี้ทั่วเอเชีย จะสามารถหรือไม่ที่จะสร้างการบริโภคภายในท้องถิ่นในระดับที่เพียงพอแก่การทด แทนดีมานด์ที่หดหายไปจากสหรัฐฯ และประเทศร่ำรวยอื่นๆ อันเป็นแหล่งรายได้สำคัญของเอเชีย" เรื่องนี้จึงหมายถึงการปรับตัวออกจากโมเดลการพัฒนาที่พึ่งพิงภาคส่งออกนั่น เอง
ประการที่สอง เอเชียจะสามารถเพียงใดที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมศักยภาพเชิงการแข่ง ขันที่ลดอุปสรรคแก่การเข้าสู่ภาคการธนาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง ในเมื่อหลายประเทศยังพอใจกับนโยบายการใช้ภาคการเงินการธนาคารเป็นเครื่องมือ ฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจซึ่งหมายถึงการคุมทิศทางให้มุ่งตอบสนองภาคธุรกิจกลุ่ม เป้าหมายของประเทศเป็นสำคัญ โดยไม่คำถึงว่านโยบายนี้เป็นเครื่องถ่วงรั้งการเติบโตของภาคการเงินการ ธนาคาร
ขณะที่วิกฤตการเงินโลกและสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำกำลังฉุดกระชากให้ระบบ เดิมพังพาบ มันได้เสนอความท้าทายอันแสนจะเย้ายวนและเร้าใจแก่ชาวเอเชียให้เข้าไปยึดครอง พื้นที่สุญญากาศภายในตลาดการเงินการธนาคาร และสร้างภูมิรัฐศาสตร์แห่งโลกการเงินขึ้นใหม่ ในการนี้ เอเชียยังต้องช่วยประคองพรรคพวกในซีกโลกตะวันตก ไม่ให้ลูกหนี้ของเอเชียแปรตัวไปเป็นหนี้เสียหรือหนี้ชักดาบ แต่ขณะเดียวกัน เอเชียก็ต้องสยายปีกการลงทุนระดับโลกทั้งด้านกว้างและด้านลึก พร้อมกับหนุนพัฒนาการของตลาดทุนท้องถิ่นอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นอะไรที่อุกฤษฏ์แก่การช่วยให้ตลาดท้องถิ่นหยั่งรากลงลึกอย่างยั่งยืน ได้ ความลับของเรื่องนี้จึงมีอยู่ว่า เอเชียจะสามารถหรือไม่ที่จะดำเนินการกับการเปลี่ยนแปลงโมเดลทางเศรษฐกิจและ บทบาทของสถาบันการเงิน - ผู้จัดการ
2 weeks 6 days ก่อน
8 weeks 1 วัน ก่อน
12 weeks 1 วัน ก่อน
13 weeks 2 days ก่อน
14 weeks 1 วัน ก่อน
15 weeks 2 hours ก่อน
15 weeks 2 hours ก่อน
15 weeks 6 hours ก่อน
15 weeks 6 hours ก่อน
15 weeks 5 days ก่อน