"แบคทีเรีย" บนฝ่ามือช่วยจับคนร้ายที่ไม่ทิ้งร่องรอยลายนิ้วมือ

รายงานพิเศษ: 
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
รายงานโดย: 
ASTV ผู้จัดการออนไลน์
เทคโนโลยีใหม่ ตรวจแบคทีเรียบนฝ่ามือ

       นอาห์ เฟียเรอร์ (Noah Fierer) นักวิจัย มหาวิทยาลัยโคโลราโด (University of Colorado) ในเมืองโบลเดอร์ มลรัฐโคโลราโด สหรัฐฯ และทีมวิจัย พัฒนาเทคนิคใหม่ในทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ใช้หลักการวิเคราะห์ดีเอ็นเอของแบคทีเรียบนวัตถุพยาน เปรียบเทียบกับดีเอ็นเอบนฝ่ามือ ที่มีความจำเพาะสูงในแต่ละคน เพื่อแก้ปัญหากรณีไร้รอยนิ้วมือของผู้ต้องสงสัยในสถานที่เกิดเหตุ
       
       เอเอฟพีรายงานว่า ทีมวิจัยทดลองใช้ก้านสำลีป้ายที่คีย์บอร์ดของเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน 3 เครื่อง เพื่อเก็บตัวอย่างเชื้อจุลินทรีย์ที่ติดอยู่บนคีย์บอร์ดไปสกัดดีเอ็นเอ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอที่สกัดได้จากแบคทีเรียบริเวณปลายนิ้วของ บุคคล 3 คน ที่ใช้คอมพิวเตอร์เหล่านั้น รวมทั้งเก็บตัวอย่างแบคทีเรียจากคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ส่วนตัวและ คอมพิวเตอร์สาธารณะอีกจำนวนหนึ่งที่กลุ่มบุคคลตัวอย่างข้างต้นไม่เคยสัมผัส มาก่อนเลย เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันด้วย
       
       ผลปรากฏว่า แบคทีเรียที่อยู่บนนิ้วมือของแต่ละคน มีความจำเพาะต่อคนคนนั้นและใกล้เคียงกับแบคทีเรียที่อยู่บนคีย์บอร์ด ที่เขาใช้มากกว่าแบคทีเรียที่พบบนคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ที่พวกเขาไม่เคย สัมผัสมาก่อน
       
       นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้ทำการสกัดดีเอ็นเอจากตัวอย่างเชื้อแบคทีเรียจากเมาส์ของ คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันของกลุ่มบุคคลตัวอย่างข้างต้น ซึ่งเมาส์เหล่านี้ที่ได้ถูกสัมผัสมาแล้วเป็นเวลาอย่างน้อย 12 ชั่วโมง
       
       เมื่อเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของตัวอย่างเชื้อแบคทีเรียที่ได้จากฝ่า มือของพวกเขา พบว่าแบคทีเรียที่พบบนเมาส์ของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องเหมือนกับแบคทีเรีย ที่พบบนมือของเจ้าของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นมากกว่าแบคทีเรียที่พบบนมือของ ผู้อื่นจำนวน 270 คน ที่ได้มีการเก็บตัวอย่างแบคทีเรียบนฝ่ามือและจัดทำเป็นฐานข้อมูลไว้ก่อนหน้า นั้นแล้ว
       
       "บนผิวหนังของคุณอุดมสมบูรณ์ได้ด้วยเชื้อแบคทีเรีย บนฝ่ามือ ของคนเราเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียประมาณ 100 สปีชีส์ และมีเพียงประมาณ 13% เท่านั้นที่เชื้อแบคทีเรียบนฝ่ามือของคนสองคนจะเหมือนกัน" เฟียเรอร์ กล่าวในลอสแอนเจลิสไทม์ส ซึ่งเทคนิคการเปรียบเทียบดีเอ็นเอของแบคทีเรียที่พบบนคีย์บอร์ดและเมาส์ คอมพิวเตอร์กับดีเอ็นเอของแบคทีเรียบนฝ่ามือเจ้าของคอมพิวเตอร์นั้นมีความ แม่นยำประมาณ 70-90% และจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าวิธีนี้ให้ผลที่ถูกต้องแม่น ยำจริงและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นหากจะนำไปใช้ในทางปฏิบัติ
       
       "พวกเราแต่ละคนต่างก็ทิ้งร่องรอยเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ซ้ำกันไว้ เบื้องหลังในขณะที่เราเดินทางผ่านช่วงเวลาการทำกิจวัตรในแต่ละวัน ฉะนั้นเชื้อ แบคทีเรียจึงถือเป็นสิ่งใหม่ที่มีความสำคัญในกล่องเครื่องมือของนักนิติ วิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน" เฟียเรอร์ ศาสตราจารย์ภาควิชาชีววิวัฒนาการและนิเวศวิทยา กล่าว ซึ่งงานวิจัยของเขาเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสมาคมวิทยาศาสตร์ สหรัฐฯ (Proceedings of the National Academy of Sciences: PNAS)
       
       นักวิจัยระบุเพิ่มเติมว่า แบคทีเรียบนฝ่ามือเรานั้นมีเยอะแยะมากมาย ซึ่งสามารถติดไปกับวัตถุสิ่งของที่ถูกสัมผัสได้โดยง่ายและติดอยู่ทนนานอย่าง มาก โดยพบว่าที่อุณหภูมิห้อง ประชากรของแบคทีเรียยังคงมีอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ และหลังจากเราล้างมือเพียงไม่กี่ชั่วโมง แบคทีเรียก็กลับมาสะสมบนฝ่ามือมากเหมือนเดิม
       
       สำหรับรอยนิ้วมือนั้นอาจถูกลบเลือนได้หรือไม่สามารถเก็บตัวอย่างรอย นิ้วมือไว้ได้ เช่น บนวัตถุที่เป็นสิ่งทอ และหากปราศจากคราบเลือด เนื้อเยื่อ คราบอสุจิ หรือคราบน้ำลายอยู่บนวัตถุพยานหรือเปรอะเปื้อนในสถานที่เกิดเหตุ ก็เป็นเรื่องยากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถหาตัวอย่างดีเอ็นเอสำหรับการ พิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ได้
       
       อย่างไรก็ตาม เดวิด เอ เรลแมน (David A. Relman) ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด (Stanford University) ซึ่งศึกษาร่องรอยของแบคทีเรียในลำไส้และในปาก กล่าวถึงงานวิจัยข้างต้นว่า เทคนิคดังกล่าวยังมีข้อจำกัดบางประการหากนำไปใช้จริง เช่น หากมีบุคคลสัมผัสวัตถุพยานนั้นๆ มากกว่า 1 คน จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถแยกแยะแบคเทียหลายชนิดที่ผสมปนเปกันอยู่ว่า แบคทีเรียชนิดไหนมาจากมือของใคร ซึ่งการแพร่กระจายสปีชีส์ของแบคทีเรียบนฝ่ามืออาจเปลี่ยนแปลงได้ทันทีเมื่อ แบคทีเรียบางชนิดหายไปจากฝ่ามือ


Chat module by BoWoB Chat for Drupal