ลัทธิคลั่งไคล้/บูชาตัวบุคคล

การเคารพบูชาคนหรือสิ่งอื่นขึ้นเทียบเคียงอัลลอฮฺ ทำไม่ได้ในอิสลาม
คอลัม: 
อับดุลอะซีซ โสภณวสุ

          นสองคนอยู่บ้านเมืองเดียว กันอาจเป็นอริกันได้ แต่เมื่อออกไปอยู่จังหวัดอื่นเช่นในกรุงเทพ สองคนนี้อาจเป็นมิตรกันอันเนื่องจากคิดว่าเป็นคนบ้านเดียวกัน แล้วก็เป็นแนวร่วมเกลียดชังเป็นอริกับคนจังหวัดอื่นหรือภาคอื่น ในขณะที่อริระหว่างภาคระหว่างจังหวัด เมื่อออกไปอยู่ต่างประเทศ เขาก็อาจกลายเป็นมิตรกันอันเนื่องจากความรู้สึกที่ว่าเป็นคนไทยเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ภาพยนตร์หลายเรื่องต้องการรณรงค์ให้ชาวโลกสามัคคีกันแต่หาทางออก ไม่ได้ ก็เลยสร้างเรื่องราวให้มนุษย์โลกร่วมมือกันทำสงครามกับมนุษย์ต่างดาว

          ผู้คนจำนวนนับแสนพร้อมสู้ ถวายชีวิตเพื่อนักการเมืองที่ตนเองรัก หรือสู้ขาดใจเพื่อต่อต้านคนที่ตนเองเกลียดอย่างที่เราเห็นในสถานการณ์ ปัจจุบัน นักเรียนอาชีวะสถาบันหนึ่งตั้งตนเป็นอริยกพวกตีกับอีกสถาบันหนึ่ง แฟนบอลทีมหนึ่งตั้งตนเป็นอริกับแฟนบอลอีกทีมหนึ่ง นักการเมืองพรรคหนึ่งก็ตั้งตนเป็นอริกับนักการเมืองอีกพรรคหนึ่ง นี่คือลักษณะของมนุษย์เราส่วนใหญ่

          การขาดคุณธรรมหรือความอธรรมอย่างหนึ่งของคนเราก็คือ การยึดติดยึดมั่นหรือคลั่งไคล้ในตัวบุคคล กลุ่มหรือพรรค และชาติพันธุ์สายตระกูล ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าตั้งแต่อดีต มนุษย์ก็รบราฆ่าฟันจากความขัดแย้งในเรื่องของเผ่าพันธุ์ และเรื่องของสายตระกูล

          พวกยิวก็มีนิสัยสันดานที่โดดเด่นในเรื่องนี้ นั่นก็คือการถือศักดิ์ถือศรีในเผ่าพันธุ์ของตนเอง และหยามเหยียดเผ่าพันธุ์อื่นๆ และพวกเขาก็เล็งเห็นอุปนิสัยข้อนี้ของมนุษย์ ว่ามีลักษณะหยิ่งทะนงในพวกพ้อง เล่นพรรคเล่นพวก ฉะนั้นเขาจึงใช้จุดอ่อนข้อนี้ของมนุษย์ในสร้างความเสียหายแก่สังคมโดยการยุ ให้เกิดความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หรือการเรียกร้องให้ผู้คนยึดติดหรือตะอัศศุบในตัวบุคคล ดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดในยุคต้นๆของประชาชาติ ที่มีการตั้งพรรคสนับสนุนท่านอะลีย์และลูกหลานของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จนในที่สุดก็เลยเถิดจนกลายเป็นหลงใหลคลั่งไคล้ตัวบุคคล และในที่สุดก็กลายเป็นการสักการะ บูชาตัวบุคคลในที่สุด ซึ่งเป็นการตั้งภาคีต่ออัลลอฮฺ สุบฮานะฮูวะตะอาลา

โลกมุสลิมก็หนีไม่พ้นพิษภัยจากอุปนิสัยของมนุษย์ในเรื่องนี้ อิสลามได้สอนให้มุสลิมขจัดทิ้งในเรื่องนี้ แต่พวกเราจำนวนมากก็ไม่ยอมขจัด

          อุละมาอฺมีสถานะพิเศษที่ ประชาชนจะต้องให้เกียรติยกย่อง ให้ความรัก อันเนื่องจากคุณธรรมของเขาและการเป็นผู้ที่สืบทอดมรดก (อัลกุรอานและหะดีษ) จากท่านนบี แต่คนบางส่วนมีการลุ่มหลงคลั่งไคล้อุละมาอฺจนนำไปสู่การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ต่อสู้รบพุ่งกันระหว่างมัซหับ คนละมัซหับแต่งงานกันไม่ได้ คนละมัซหับละหมาดร่วมกันไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

          อิสลามอนุญาตให้มีการตักลีดเชื่อฟังถือตามอุละมาอฺที่ตนรักเคารพ แต่ได้ห้ามในเรื่องของการตะอัศศุบ ลุ่มหลงแบ่งพวกเกลียดชังกันในเรื่องทัศนะที่แตกต่างของตัวบุคคล ยกเว้นความแตกแยกอย่างมีสติหรือตอบโต้กันอย่างมีหลักการ นั่นก็คือในกรณีที่ฝ่ายหนึ่งอธรรมต่ออีกฝ่ายหนึ่ง หรืออย่างกรณีการประกาศสัจธรรมและต่อต้านกลุ่มหลงผิด ซึ่งศาสนาอนุญาตและส่งเสริมให้กระทำได้ตามระดับตามน้ำหนักความร้ายแรงของแต่ ละกลุ่มแต่ละลัทธิ เช่นการเป็นศัตรูกับชีอะฮฺ การโต้แย้งเชิงวิชาการกับนักเผยแพร่แนวทางที่หลงผิด เหล่านี้ไม่ได้เกิดจากทิฐิหรืออีโก้ แต่มันเกิดจากความตักวา หรืออย่างน้อยขั้นต่ำก็คือความรู้สึกที่มีความรักความหวงแหนในสัจธรรมและ เกลียดความเท็จ


Chat module by BoWoB Chat for Drupal