ไทยแลนด์นิวส์ดารุสสลาม


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
หรือแจ้งการโอนเงิน
โทร.081-806-8681
หรือ 085-837-2805

วันสำคัญจำไม่ลืม

  • No upcoming events available

 

อัยการยื่นฎีกาคดีฆ่าผู้พิพากษาปัตตานีหลังศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง

           อัยการจังหวัดปัตตานียื่นฎีกาคดีฆ่า "รพินทร์ เรือนแก้ว" ผู้พิพากษาศาลปัตตานีเมื่อปี 2547 หลังศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องจำเลย “อับดุลเลาะห์ ปะชี” เหตุพยานโจทก์ขาดความเชื่อมโยง ไร้พยานวัตถุสำคัญ "หมวกกันน็อค" ที่ตรวจพบดีเอ็นเอคนร้าย แต่กลับไม่มีระบุในบัญชีวัตถุพยาน
ทองล้มทั้งยืน แถมรัวกระสุนใส่รถนายกเทศมนตรีเปิดทางหนี

          พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานีได้ยื่นฎีกาในคดีฆ่า นายรพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานีแล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2551 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้อง นายอับดุลเลาะห์ ปะชี ช่างแกะสลักเฟอร์นิเจอร์ อยู่เลขที่ 57/1 ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าว 

          คำฟ้องของอัยการที่ยื่นต่อศาลจังหวัดปัตตานี (ศาลชั้นต้น) สรุปว่า เมื่อเดือน ก.ค.- 17 ก.ย.2547 ต่อเนื่องกัน จำเลยกับพวกที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี สมคบกันก่อการร้ายโดยเป็นสมาชิกของกลุ่มบุคคลไม่ทราบชื่อซึ่งปกปิดวิธีการและมีความมุ่งหมายใช้กำลังประทุษร้าย ฆ่า และลอบฆ่าเจ้าพนักงานของรัฐและประชาชน เพื่อสร้างความปั่นป่วนให้เกิดความกลัวในหมู่ประชาชน 

          โดยเมื่อวันที่ 17 ก.ย.2547 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกอีก 3 คนซึ่งหลบหนีไป ได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนพกปืนสั้นขนาด .38 ยิง นายรพินทร์ เรือนแก้ว ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปัตตานีจำนวนหลายนัด กระสุนเข้าที่บริเวณลำตัวและศีรษะ เป็นเหตุให้ นายรพินทร์ เสียชีวิต โดยพวกจำเลยคบคิดกันวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำและไตร่ตรองไว้ก่อน

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ หมายเลขทะเบียน กนร 877 ปัตตานี หมวกกันน็อค โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ตายและแจ้งให้พวกจำเลยหลบหนี เหตุเกิดบริเวณสี่แยกไฟแดง ถนนโรงเหล้า ต.รูสะมิแล และ ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ แต่ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณา จึงขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33, 83, 91, 135/1 และ 289  

          ศาลจังหวัดปัตตานีมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2550 ว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ให้ประหารชีวิต คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต 

          ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์ อ้างว่าขณะถูกจับกุมจำเลยกำลังไปแลกเหรียญเพื่อใช้โทรศัพท์หาเพื่อน โดยเมื่อถูกจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ให้รับสารภาพว่าร่วมกับพวกฆ่าผู้ตาย จำเลยทนความเจ็บปวดไม่ไหวจึงยอมรับสารภาพ และในชั้นสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้อ่านคำให้การให้ฟัง โดยขณะลงลายมือชื่อ จำเลยอยู่ในอาการสับสน ตกอยู่ในภวังค์ รู้สึกปวดศีรษะ ซึ่งลงลายมือชื่อเป็นไปตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดูเป็นตัวอย่าง 

          ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ นายรพินทร์ผู้ตายถูกคนร้ายหลายคนร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงหลายนัดจนถึงแก่ความตาย คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า ร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ 

          แม้โจทก์มีพยานจำนวน 3 ปาก (ขอสงวนรายชื่อ) ในละแวกที่เกิดเหตุเบิกความทำนองเดียวกันว่า ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เมื่อหันออกไปดูเห็นคนร้ายขับรถจักรยานยนต์มา 2 คน ซึ่งหลังยิงปืนได้ขับหลบหนีไป โดยเห็นคนเจ็บถูกนำขึ้นรถพยาบาล และเห็นรถยนต์แบบขับเคลื่อนสี่ล้อและรถกระบะอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่พยานไม่ได้สังเกตหน้าคนร้ายและจดจำไม่ได้เพราะอยู่ในอาการตกใจ 

          ศาลเห็นว่าพยานทั้ง 3 ปากซึ่งอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุต่างไม่เห็นหน้าคนร้ายที่ร่วมกันยิงผู้ตาย และไม่ได้เบิกความว่าเห็นจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุหรือมีส่วนร่วมกระทำผิดอย่างใดบ้าง ขณะที่พยานปากหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ) ยังให้การในชั้นสอบสวนว่าไม่เห็นคนร้ายอีกคนหนึ่งซุ่มดูอยู่ที่ตู้โทรศัพท์และขับรถหนีตามคนร้ายที่ยิงผู้ตาย

          ส่วนมารดาผู้ตาย (ขอสงวนชื่อ) เบิกความว่า ก่อนวันเกิดเหตุเห็นจำเลยมาดูลาดเลาอยู่หน้าบ้านผู้ตายช่วงเช้านานประมาณ 5 วัน ซึ่งวันเกิดเหตุเวลา 07.00 น.พยานเปิดประตูรั้วเพื่อให้ผู้ตายขับรถออกไปส่งบุตรตามปกติ ก็เห็นจำเลยอยู่ที่หน้าบ้านอีก และจำเลยทำเป็นไม่สนใจ แต่มารดาของผู้ตายให้การในชั้นสอบสวนว่า ช่วงเวลา 22.00 น.ก่อนเกิดเหตุ 2-3 วัน เห็นชายอายุประมาณ 20 ปีขี่รถจักรยานยนต์มาสังเกตการณ์ที่หน้าบ้าน โดยในวันเกิดเหตุเวลา 07.00 น. ขณะยืนอยู่บนบ้าน พยานเห็นจำเลยขี่รถจักรยานยนต์จอดคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ข้างถนน เห็นได้ว่าคำเบิกความของพยานปากนี้ล้วนขัดแย้งแตกต่างกับคำให้การชั้นสอบสวนโดยสิ้นเชิง จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ 

          นอกจากนี้ หลังจับกุมจำเลยได้ก็ไม่ปรากฏว่าพยานรายดังกล่าวไปชี้ตัวจำเลยเพื่อยืนยันว่าเป็นคนร้าย พยานหลักฐานโจทก์จึงขาดความเชื่อมโยงแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรในช่วงก่อนเกิดเหตุและวันเกิดเหตุ

          เช่นเดียวกับเจ้าพนักงานตำรวจที่เบิกความเกี่ยวกับการตรวจสอบและเก็บพยานวัตถุ เช่น กระสุนปืน หมวกกันน็อค ตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่าบริเวณที่พบรถจักรยานยนต์และกระสุนปืนไม่พบพยานหลักฐานอื่นอีก โดยวัตถุพยานที่พบ 10 รายการไม่ปรากฏว่าพบหมวกกันน็อคในที่เกิดเหตุ แต่ในรายงานผลตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) บนหมวกกันน็อคซึ่งพบอยู่กับรถจักรยานยนต์เป็นของจำเลย แต่ไม่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ได้ยึดและเก็บหมวกกันน็อคไว้เป็นของกลางด้วย 

          ดังนั้นข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานโจทก์จึงแสดงให้เห็นว่า หมวกกันน็อคไม่ได้พบในที่เกิดเหตุตามที่รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองปัตตานี เบิกความ แต่พบเพียงรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิที่จำเลยขับ และถูกยึดไปหลังถูกจับกุม และโทรศัพท์มือถือเท่านั้น 

          โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบให้เห็นว่าจำเลยมีส่วนร่วมในการฆ่าผู้ตาย มีเพียงคำรับสารภาพในชั้นสอบสวน รวมถึงบันทึกนำชี้ที่เกิดเหตุพร้อมภาพถ่าย ซึ่งคำให้การในชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่าซึ่งต้องห้ามตามกฎหมายที่ไม่ให้รับฟังได้ตามลำพัง โดยจำเลยก็ให้การปฏิเสธในชั้นพิจารณาว่าไม่ได้กระทำผิด และต่อสู้ว่าถูกขู่เข็ญทำร้ายร่างกายให้รับสารภาพ พยานหลักฐานโจทก์จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรค 2 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยให้คืนรถจักรยานยนต์ และโทรศัพท์มือถือของกลางให้จำเลย แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างฎีกา


qrcode

ค้นหา

สมาชิก

ขณะนี้มีสมาชิก ผู้ใช้ 0 คน และผู้เยี่ยมชม 1 guest กำลังออนไลน์
  • supachai
  • ซุลกิฟลี กือโด
  • สุรธาดา โหลสกุล
  • ABUSAMEE
  • Soranee Toem


Locations of visitors to this page





Chat module by BoWoB Chat for Drupal