
อย่าโกรธ!!!!
เขียนโดย webmaster เมื่อ 20 เมษายน, 2010 - 12:26.
คอลัม:
อิบนุอาลีอัลนัดวีย์ในสภาพการเป็นอยู่ใน สังคมปัจจุบัน ยิ่งเจริญมากขึ้นเท่าไหร่ก็มีการแข่งกันกันมากขึ้น เกิดการแก่งแย่งชิงดี ชิงเด่นกันในสังคม มีการกระทบกระทั่งกัน ทำให้เกิดการไม่พอใจกันบาดหมางกัน บางสิ่งบางอย่างเป็นสิ่งเล็กน้อยเหลือ แต่เราหากไม่เข้าใจกันต่างถือฐิติว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ ไม่ยอมอ่อนน้อมทำความเข้าใจและอภัยซึ่งกันและกัน สามีภรรยาที่รักกันมานาน น้ำต้มผักก็ว่าหวาน แต่เมื่อเกิดปัญหากันนิดๆหน่อยอาหารไม่ถูกปาก เค็มไปนิด หวานไปหน่อย กลับบ้านช้า พูดจาไม่เข้าหู ก็ทะเลาะกัน จนกระทั่งเลิกรากันไป พี่น้องคลานตามกันมา ทะเลาะกันเนื่องจากเชียร์บอลคนละทีมกัน พรรคการเมืองคนละฝ่ายกัน แบ่งพรรค แบ่งสีกัน เยอะๆเข้าตกลงกันไม่ได้บทสรุปคือการให้ร้ายกันทำ ร้ายกัน จนกระทั่งเสียเลือดเสียเนื้อก็มี ... นั่นคือบทสรุปของชีวิตของผู้ปฎิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮฺ เขาสามารถทำทุกๆสิ่งทุกอย่างได้เพื่อสนองอารมณ์โกรธของเขา หากเขานั้นไม่ชอบใจหรือพอใจผู้ใด แต่เราในฐานะที่เป็นตัวแทนบนหน้าแผ่นดิน มีอัลกุรอาลและสุนนะฮฺของท่านนบีไว้เป็นครรลองในการมีชีวิตอยู่บน โลกนี้ ไว้คอยเตือนใจไม่ให้ตกหลุมพรางที่ไซตอนนั้นขุดขึ้นไว้เพื่อหลอก ล่อผู้ศรัทธาให้ออกจากหนทางแห่งทางนำจะต้องไม่หลงคล้อยตามอารมณ์ ใฝ่ตำที่ไซตอนมันคอย แต่จะยั่วยุให้เกิดความโกรธ โมโหโทษะกัน โดยในเรื่องนี้อัลลอฮฺตะอาลาได้กล่าวไว้ในอัลกุรอาลว่า “และพวกเขาจงอภัย และยกโทษ (ให้แก่พวกเขาเถิด) พวกเจ้าจะไม่ชอบหรือที่อัลลอฮฺจะทรงอภัยให้แก่พวก เจ้า และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ” (อันนูร :22)
และตัวอย่างจาก หะดิษที่พูดถึงเรื่องนี้ซึ่งรายงานจากท่านอบูฮูรัยเราะฮ์ ว่ามีชายคนหนึ่งมาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะสัลลัม เพื่อขอคำแนะนำที่ยังประโยชน์กับเขาในการปฎิบัตคุณงามความดี ท่านนบีจึงกล่าวกับชายผู้นั้นว่า “อย่าโกรธ” และชายผู้นั้นก็ถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นเดิม ท่านนบีก็กล่าวว่า “อย่าโกรธ” (บันทึกโดย บุคอรีย์ บทว่าด้วยการเตือนให้ระวังถึงความโกรธ ลำดับหะดิษ: 5765)
และจากคำพูดของ ท่านนบีที่เตือนชายผู้นั้นว่า “อย่าโกรธ” บ่งบอกอีกนัยหนึ่งในทางกันข้ามกันว่า ให้เรานั้นระงับความโกรธด้วยกับการอดทนและให้อภัย ซึ่งมันเป็นมารยาทที่ดีงามที่อัลลอฮฺนั้นได้สอนไว้ให้เป็นแบบ อย่างโดยผ่าน ท่านศาสนทูตและบรรพชนของเราในยุคเก่าก่อนโดยในเรื่องนี้ ใคร่จะขอยกตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้เขียนเองได้อ่านเรื่อง แล้วรู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมาก โดยที่ครั้งหนึ่ง ทาสหญิงได้ตักน้ำเพื่อที่จะให้ท่านอลีซัยนุ้ลอาบิดีน ทำการอาบน้ำเพื่อที่จะละหมาด และในขณะที่กำลังเทเหยือกก็เกิดร่วงจากมือของทาสหญิงผู้นั้นลงบน ศรีษะของท่านอาลี จนกระทั่งเป็นหตุให้ใบหน้าและศรีษะแตก , ทาสหญิงเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เอ่ยกับท่านอาลีว่า แท้จริงแล้วอัลลอฮฺตะอาได้กล่าวว่า “และผู้ที่เขานั้นข่มโทษะ” ท่านอาลีได้ยินโองการอายะฮ์นี้ ท่านก็กล่าวว่า “ฉันได้ข่มโทษะฉันแล้ว” และนางก็กล่าวต่ออีกว่า “และบรรดาผู้ที่ให้อภัยแก่มนุษย์” ท่านอลีได้ยินก็กล่าวอีกว่า “อัลลอฮฺได้ให้อภัยในสิ่งที่เธอกับฉันแล้ว” และนางก็กล่าว อีกว่า “และอัลลอฮฺนั้นทรงรักผู้กระทำความดีทั้งหลาย” (อาละอิมรอน อายะฮ์ :134) คำกล่าวสุดท้ายเมื่อท่านอาลีได้ยิน ท่านอาลีจึงกล่าวกับทาสหญิงผู้นั้นว่า ต่อไปนี้เจ้าเป็นไทแล้ว ! (ดู หน้า107 หนังสือ มารยาท โดยกลุ่มอุลามาอฺ เยเมนและอัซฮัร)
และตัวอย่างจาก ที่ได้หยิบยกมาข้างต้นเพื่อเตือนให้เราในฐานะผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺให้ รู้จักการให้อภัยซึ่งกัน และกัน อดทนอดกลั้นในสิ่งทีเรานั้นได้ประสบพบเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพี่น้องร่วมชะฮาดะฮ์เดียวกันเราต้องยึดให้ มั่น รักพี่น้องเราเหมือนกับรักตัวของเราเอง ในเมื่อเรานั้นรักที่ให้อัลลอฮ์นั้นเมตตาเราให้อภัยเราในสิ่งที่เรา นั้นทำผิดพลาดไป ไฉนเลยเรานั้นไม่ให้อภัยต่อพี่น้องของเรา ในเมื่ออัลลอฮฺนั้นได้บอกไว้ว่า หากเรานั้นให้อภัยกับพี่น้องของเรา อัลลอฮฺนั้นก็จะให้อภัยแก่เรา !!





ชื่นชม
อัลหัมดุลิลละฮฺ
เขียนได้ดีมากค่ะ
เมื่อไหร่จะมีเรื่องใหม่ๆ ออกมามั่งน๊า