จุฬาฯสีขาว ความหวังก้นบึ๋งของพี่น้องมุสลิม

รายงานพิเศษ: 
สังคม
เรียบเรียงโดยทีมข่าว: 
สังคม
กิจกรรมสานเสวนาในหัวข้อ “จุฬาราชมนตรีในอุดมคติ”

       หลังจากการเสียชีวิตของท่านจุฬาราชมนตรีคนที่ 17 อาจารย์ สวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลทันทีกับตำแหน่งจุฬาราชมนตรี ที่มีสถานเสมือนเป็นผู้นำของมุสลิมในประเทศไทยว่างลงในทันที กระทรงมหาดไทยจึงได้ประกาศการสรรหาจุฬาราชมนตรีคนใหม่ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 ที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนา อิสลามแห่งชาติ คลองเก้า โดยมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 740 ท่านจาก 38 จังหวัดทำหน้าที่ในการเลือก ทำให้กลุ่มผู้หวังในตำแหน่งนี้ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้คนที่ตนสนับ สนุนได้เก้าอี้ตัวนี้ไปครองให้ได้ หลากหลายวิธีถูกนำมาใช้ ทั้งบนดิน ใต้ดิน จนบางกลุ่มพลาดลืมหลักการศาสนาที่แท้จริง จนทำมาซึ่งการรวมกลุ่มของพี่น้องมุสลิมที่ไม่อยากเห็นภาพดังกล่าว ได้ร่วมจัดกิจกรรม รณรงค์การสรรหาจุฬาราชมนตรี”สีขาว” และจัดกิจกรรมสานเสวนาในหัวข้อ “จุฬาราชมนตรีในอุดมคติ” เมื่อวันศุกร์ที่ 30 เมษายน เวลาประมาณ 14.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ มูลนิธิศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยคลองตัน

        ในเวทีดังกล่าวมี รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยระบุว่า คำความสีขาว หมายถึงความบริสุทธิ์ และตรวจสอบได้ ดังนั้นจุฬาราชมนตรี”สีขาว”จึงหมายความว่าจุฬาราชมนตรีที่บริสุทธิ์ และตรวจสอบได้

ทำไมต้องมีจุฬา
        รศ.ดร.อารง สุทธาศาสน์ บอกว่า เคยมีมุสลิมถามว่า เราจำเป็นต้องมีจุฬาหรือไม่ แล้วถ้าไม่มีเราจะมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งถือเป็นคำตอบที่ชวนคิด และตอบยากมาก เพราะไม่ว่าจะตอบว่าจำเป็นต้องมีก็จะมีผลไปอย่างนึง หรือไม่จำเป็นต้องมีจะมีผลไปอย่างนึงเช่นกัน แต่โดยหลักการศาสนาเมื่อมีการรวมกลุ่ม ก็จำเป็นต้องมีผู้นำ

        แต่คำถามที่สำคัญกว่าการมีผู้นำหรือไม่คือ เราจะเชื่อฟังผู้นำหรือไม่? ซึ่งหากเป็นคำสั่งที่ถูกตามครรลองของศาสนาเราก็ต้องปฏิบัติ ดังเช่นที่ท่านอบูบักรฺ อัดซิดดีก คอลีฟะห์ท่านแรกของประชาชาติอิสลามได้กล่าวปราศัยหลังจากได้รับตำแหน่งว่า ให้พวกท่านเชื่อฟังฉัน หากฉันเชื่อฟังอัลลฮฺ และอย่าเชื่อฟังฉันหากฉันไม่เชื่อฟังอัลลอฮฺ

        แต่ทหากว่าจุฬาฯมาจากการซื้อเสียง “วิบัตแล้ว มันผิดตั้งแต่เริ่ม” ถ้าได้จุฬาฯ แบบนี้แล้วจะตามได้อย่างไร

ผู้นำทาง ศาสนา หรือผู้นำตามกฏหมาย
        อ.วิทยา วิเศษรัตน์ ถามว่า เราต้องการจุฬาฯ ที่เป็นผู้นำอิสลาม หรือเราต้องการจุฬาฯ ตามกฏหมาย ซึ่งตามหลักการศาสนาแล้วท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลั๊ลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม ได้บอกว่า จะไม่ให้ตำแหน่งผู้นำกับ “ผู้ที่ขอ และผู้ที่ต้องการอยากจะเป็น”

        หากเราได้จุฬาฯ ที่ต่อสู้เพื่อพวกเราจริงๆ การแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคมก็จะง่ายขึ้น อย่างเช่นปัญหาเรื่องที่ดินวะกัฟที่จะนะ ที่มีการยกที่ดินวะกัฟให้บริษัทเอกชน ทั้งที่เป็นที่ดินวะกัฟชัดเจน ญาติๆ ก็มีโฉนดมายืนยันว่าเป็นที่วะกัฟจริง เป็นต้น

        และที่สำคัญจุฬาต้องไม่ตั้งจระเข้มาไว้หน้าห้อง เพราะพวกนี้จะงาบทุกอย่าง ไม่เลือกว่าฮาลาล หรือฮารอม จุฬาฯ ที่ฉลาดต้องดูแลคนใกล้ตัวก่อน “จุฬาฯ ท่านที่ผ่านมาก็คนใกล้ตัวที่ละที่พาลงเหว”

        ท่านจุฬาฯ ต้องมีความฉลาดเมื่อรัฐพูดไม่ถูกก็ต้องออกมาแก้ไข ไม่ใช่แค่รับกระดาษมาแล้วนั่งอ่านตามที่รัฐบอก และที่สำคัญจุฬาฯ ต้องมีความซื้อสัตย์

        แต่หากเราได้จุฬาฯ ที่ไม่ดี ก็ให้รู้ไว้ว่า ใกล้ถึงวันกิยามัตแล้ว!!

ฝุ่นตลบกลบ มิด แทบไม่เห็นสีขาว
        พล.ท.สมโภชน์ เงินดี ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก บอกว่าตนเป็นอนุกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกรรมการกลางฯ เมื่อเข้าไปทำงานก็ได้เห็นบางอย่างที่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยบริสุทธิ์ มีผู้เสนอตัวอยากเป็นจุฬาราชมนตรีแล้วประมาณ 11 คน มีการวิ่งเต้นต่อรอง บางกลุ่มขอตำแหน่งกรรมการกลางแลกกับการสนับสนุนให้เป็นจุฬาราชมนตรี

        โดยรูปแบบการสรรหาของกระทรวงมหาดไทมีช่องโหวให้มีการทุจริตได้ สมมติว่ามีการล็อบบี้กรรมการจังหวัด 20 จังหวัด ในขั้นตอนการคัดชื่อผู้ถูกเสนอชื่อให้เหลือ 3 ท่าน โดยให้เลือกคนที่ถูกวางตัวไว้ 1 ท่าน และอีก 2 ท่านเลือกมาแบบขี้เหล่ แน่นอนท่านที่ถูกวางตัวไปก็นอนมา แต่ที่สำคัญและน่าเป็นห่วงคือการตรวจสอบคุณสมบัติที่ต้องกระทำให้เสร็จในวัน เดียวจะตรวจสอบกันอย่างไร โดยเฉพาะความเคร่งครัดในศาสนา

        นอกจากนี้เสธสมโภชน์ยังได้เรียกร้องผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ภาคประชาชนจะขอเข้าไปมีส่วนร่วมในการสังเกตุการณ์ใน การเลือกจุฬาราชมนตรีที่กำลังจะมีขึ้นดังกล่าว

        ขณะที่ ดร.ปกรณ์ ได้กล่าวสรุปโดยเรียกร้องให้ที่ภาคประชาชนต้องทำหน้าที่ในการในการตักเตือน ให้คำแนะนำ กับผู้มีหน้าที่ในการเลือก เพื่อให้เขาได้เลือกจุฬาราชมนตรีที่จะมานำสังคมมุสลิมให้สูงขึ้น!!


Chat module by BoWoB Chat for Drupal