การระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1เอ็น 1 กลายเป็น "โบนัสก้อนโต" สำหรับบริษัทยาแกล็กโซสมิธไคลน์ หรือ " จีเอสเค" หลังได้รับยอดสั่งซื้อยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดสูดเข้าปอดที่มีชื่อว่า "เรเลนซา" และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รวมทั้งหน้ากากอนามัยจากทั่วโลกอย่างล้นหลาม
บริษัทผู้ผลิตยารายใหญ่อันดับ 2 ของโลกซึ่งมีฐานที่ย่านเบรนต์ฟอร์ด ในกรุงลอนดอนของอังกฤษแห่งนี้แถลงเมื่อวันพุธ (22) ว่าคำสั่งซื้อวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่เข้ามาอย่างมหาศาลทำ ให้รายได้ของบริษัทในไตรมาสสองของปีนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ โดยคาดว่ารายได้สุทธิของบริษัทในปีนี้น่าจะทะลุเป้า 4,712 ล้านปอนด์ หรือราว 264,110 ล้านบาทเมื่อปีที่แล้วอย่างแน่นอน
ในคำแถลงยังระบุว่า ทางบริษัทเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตยาเรเลนซาหรือที่มีชื่อสามัญทางยาว่า "ซานามิเวียร์" จาก 60 ล้านชุดเป็น 190 ล้านชุดภายในสิ้นปีนี้ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่มีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันยังมีแนวโน้มที่รัฐบาลประเทศต่างๆ จะหันมาสั่งซื้อยาเรเลนซาของบริษัทมากขึ้นหลังจากมีรายงานว่าเชื้อไวรัสไข้ หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 เริ่มมีฤทธิ์ต่อต้านยา "ทามิฟลู" ที่ผลิตโดยบริษัทโรช เอจี ของสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้เกิดความวิตกว่ายาทามิฟลูอาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป โดยคำแถลงของแกล็กโซสมิธไคลน์ระบุว่าขณะนี้มีกว่า 60 ประเทศแล้วที่หันมาสั่งซื้อยาเรเลนซา และยังมีคำสั่งให้ผลิตสำหรับองค์การอนามัยโลกอีก 2 ล้านโดสเช่นกัน
นอกจากนั้น ทางบริษัทยังหวังทำกำไรจากการขายหน้ากากอนามัยชนิดพิเศษ ที่เคลือบสารต้านไวรัสอีกด้วย หลังสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ "เอฟดีเอ" เพิ่งอนุมัติให้ใช้หน้ากากซึ่งใช้ครั้งเดียวทิ้งชนิดนี้ได้เมื่อเดือนที่ แล้ว แม้ทางบริษัทจะยอมรับว่ายังมีความสามารถในการผลิตหน้ากากชนิดนี้ได้อย่าง จำกัดก็ตาม - ผู้จัดการ
2 weeks 6 days ก่อน
8 weeks 1 วัน ก่อน
12 weeks 1 วัน ก่อน
13 weeks 2 days ก่อน
14 weeks 1 วัน ก่อน
15 weeks 2 hours ก่อน
15 weeks 2 hours ก่อน
15 weeks 6 hours ก่อน
15 weeks 6 hours ก่อน
15 weeks 5 days ก่อน