กก.อิสลามจว.ตาก ชี้คุณสมบัติ "จุฬาราชมนตรี" ต้องกระจายอำนาจ อย่ายึดติดวงศาคณาญาติ

รายงานพิเศษ: 
สังคม
รายงานโดย: 
มติชนออนไลน์
นายอดิศักดิ์ อัสมิมานะ คณะกรรมการอิสลามกลาง และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตาก

       รรมการอิสลามจว.ตาก ชี้คุณสมบัติ "จุฬาราชมนตรี"คนใหม่ ต้องกระจายอำนาจ อย่ายึดติดวงศาคณาญาติ โต๊ะอิหม่านดีแด่นปี2553 บอกให้มุสลิมใต้รั้งตำแหน่ง

        นายอดิศักดิ์ อัสมิมานะ คณะกรรมการอิสลามกลาง และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตาก ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ถึงความคืบหน้าการคัดสรรจุฬาราชมนตรีคนใหม่ในวันที่ 16พฤษภาคมแทนนายสวาสดิ์ สุมาลย์ศักดิ์ ที่ถึงแก่อนิจกรรมว่า จุฬาราชมนตรีคนใหม่ต้องมีแผนการกระจายอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อย่ายึดติดกับวงศาคณาญาติ และควรกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น เพราะมีมุสลิมอยู่ทั่วประเทศไทย ด้วยการแต่งตั้งผู้แทนจุฬาราชมนตรีประจำจังหวัด สามารถตัดสินใจแทนจุฬาราชมนตรีได้ในบางเรื่อง และทำงานแบบการรวมกลุ่ม หรือซู เลาะห์

        ในส่วนของปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า เชื่อว่าจุฬาราชมนตรีจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาภาคใต้ได้ เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างภาครัฐ และภาคประชาชน โดยมีคณะทำงานที่เป็นมุสลิมทั้งหมด เพราะเป็นผู้รู้ในเรื่องศาสนาวัฒนธรรม และสังคมมุสลิม รวมทั้งสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของชาวมุสลิมในพื้นที่

        “จุฬาราชมนตรี ต้องทำหน้าที่เป็นผู้แทนของประเทศไทย ในนามของผู้แทนองค์กรศาสนาอิลามแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ในด้านการศาสนา เศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา ที่สำคัญจะต้องทำหน้าที่เป็นทูตฮาลาล เจรจาเปิดตลาดฮาลาลไทยสู่ฮาลาลโลก ซึ่งหมายความว่า จุฬาราชมนตรีคนต่อไปต้องเป็นจุฬาราชมนตรีแบบบูรณาการ รวมทั้งจะต้องเป็นคนที่มีคุณธรรม ภูมิธรรม และมีความสง่างาม ”นายอดิศักดิ์ กล่าว

        รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของการพิจารณาสนับสนุนลงคะแนนให้กับจุฬาราชมนตรีคนใหม่นั้น คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดตาก ได้ประชุมวางแนวทางเลือกจุฬาราชมนตรีไปแล้ว

        ด้าน นายอับดุลลาเต๊ะ โต๊ะเดร์ ประธานชมรมอิหม่าม อ.ยะหา จ.ยะลา ในฐานะโต๊ะอิหม่านดีแด่น ประจำปี 2553 จ.ยะลา เปิดเผยว่า เท่าที่ได้หารือและพูดคุยกับบรรดาโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดในพื้นที่จังหวัด ยะลา กว่า 460 แห่ง ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่าผู้ที่เหมาะสมจะเป็นจุฬาราชมนตรีคนใหม่ น่าจะเป็นคนจากภาคใต้

        “ที่ผ่านมาบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี จะเป็นคนมาจากส่วนกลาง ทั้งที่สัดส่วนประชากรชาวไทยมุสลิม อยู่ในพื้นที่ภาคใต้เป็นจำนวนมากกว่า จะได้ให้โอกาสในการแก้ไขปัญหาสังคมมุสลิมทั้งประเทศ และ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนเองมองว่าน่าจะเปิดโอกาสให้คนภาคใต้ได้ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีสักครั้ง หนึ่ง ” นายอับดุลลาเต๊ะกล่าว

        นายอับดุลเลาะห์ เระ สารวัตรกำนันใน อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เดินทางมาดาวะห์ในพื้นที่ ต.ประกอบ อ.นาทวี จ.สงขลากล่าวว่าชาวมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้ต่างคาดหวังว่าจุฬาราชมนตรีจะเข้า มาแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยุติลง ทั้งนี้มองว่าการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเป็นผู้ที่รู้และเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ คงจะต้องเป็นคนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งยังต้องเป็นผู้ที่เคร่งครัดในหลักการทางศาสนาเป็นอย่างดี และเป็นที่ยอมรับ

        "ผมมองว่านายอาศีส พิทักษ์คุมพลนั้น เป็นผู้ที่มีความเหมาะสม และหากได้รับความไว้วางใจก็เชื่อว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ยังไม่เคยมีจุฬาราชมนตรีที่เป็นคนของภาคใต้ ที่มองปัญหาอย่างถ่องแท้ จึงอยากให้จุฬาราชมนตรีคนใหม่ ที่มาจากพื้นที่ภาคใต้"นายอับดุลเลาะห์ กล่าว

        ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุราษฎร์ธานี ว่า เมื่อเร็วๆนี้ ที่มัสยิดกลางประจำ จ.สุราษฎร์ธานี นายชาฟิอี หรือทวี นภากร อิหม่ามมัสยิด มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยและนายอาศีส พิทักษ์คุมพล เข้าแนะนำตัวและแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมคณะกรรมการอิสลาม จ.สุราษฏร์ธานี เพื่อแสดงเจตนารมณ์เข้ารับการเลือกสรรดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรี

        นายบุญเลิศ สุขเกษม ผู้ช่วยอิหม่ามมัสยิดกลางจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการอิสลามจังหวัดเพชรบุรี 15 คนที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกจุฬาราชมนตรี ในวันที่ 16 พฤษภาคม เท่าที่สอบถามไม่พบมีการบล็อกโหวต ทุกคนมีอิสระในการลงคะแนนเลือกบุคคลที่เหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม นายไฟซ้อล โครงเซ็น ประธานกรรมการอิสลามจังหวัดเพชรบุรี สนับสนุนนายทวี(ซาฟีอี) นภากรณ์ เนื่องจากนายไฟซ้อลมีความแนบแน่นกับนายพิเชษฐ สถิรชวาล กรรมการอิสลามจังหวัดเพชรบุรีซึ่งเป็นตัวแทนของ จ.เพชรบุรีที่ไปเป็นกรรมการและเลขาธิการของคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย โดยนายทวี(ซาฟีอี)เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของภรรยานายพิเชษฐ และเมื่อไม่นานมานี้นายพิเชษฐเดินทางมา จ.เพชรบุรี ประกาศสนับสนุนนายทวีอย่างเต็มตัว

        นายบุญเลิศกล่าวว่า บุคคลที่อยู่ในสายตาของกรรมการอิสลามจังหวัดเพชรบุรี อีก 2 – 3 คน อาทิ นายอรุณ บุญชม เป็นอาจารย์ที่ให้ความรู้แก่ชาวมุสลิม เคยมีบทบาทในการศึกษารูปแบบการจัดตั้งธนาคารอิสลาม ก่อนที่รัฐบาลจะอนุมัติ อีกคนคือนายทองคำ มะหะหมัด น้องชายนายประเสริฐ มะหะหมัด อดีตจุฬาราชมนตรี เคยมีตำแหน่งเป็นกรรมการวินิจฉัยปัญหาอิสลามมาก่อน ส่วนนายวินัย สะมะอุน เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในสายตาของมุสลิมเมืองเพชร เนื่องจากเป็นกรรมการคุรุสัมพันธ์ ฝึกอบรมยุวมุสลิมมาแล้วหลายรุ่น

        “สำหรับนายอาศิส ได้รับการกล่าวขานเช่นกัน กรรมการหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำไมคนที่คณะกรรมการมุสลิมจังหวัดเพชรบุรียอมรับนับถือจำนวน 2 – 3 คนดังกล่าวจึงเป็นกลุ่มบุคคลสายเดียวกัน จึงรู้สึกหนักใจที่จะเลือกใคร แต่การเลือกสรรตามขั้นตอนขมวดจนเหลือ 3 คนสุดท้าย ถึงเวลานั้นจึงจะสรุปได้ว่าควรจะเทคะแนนให้ใคร แม้มุสลิมภาคใต้ 14 จังหวัดมีมติหนุนนายอาศิส ถือได้ว่าเป็นเอกภาพของพี่น้องชาวมุสลิม แต่ต้องไม่ลืมว่าจังหวัดที่มีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดมีทั้งสิ้น 38 จังหวัด เหลืออีก 24 จังหวัดยังไม่ทราบว่าจะลงคะแนนเลือกใคร ถ้ามีการเมืองเข้ามายุ่งหรือชี้นำการเลือกตั้งจุฬาราชมนตรี บุคคลที่คิดว่าเป็นคนดีมีความเหมาะสมอาจไม่ได้รับเลือกก็ได้” นายบุญเลิศกล่าว


Chat module by BoWoB Chat for Drupal