
ย้ำสเปค"จุฬาราชมนตรี"ต้องประวัติดี วิสัยทัศน์ไกล เข้าใจปัญหาใต้ลึกซึ้ง เชื่อมจนท.-ชาวบ้านได้
เขียนโดย webmaster เมื่อ 11 พฤษภาคม, 2010 - 21:57.
รายงานพิเศษ:
สังคมรายงานโดย:
มติชนออนไลน์ผู้ว่าฯระยองเชิญกรรมการอิสลามจังหวัดระยองประชุม คาดมติเอกฉันท์สรุปเลือก"จุฬาราชมนตรี" ประธานจังหวัดย้ำประวัติดีสังคมยอมรับ บอกต้องเข้าใจปัญหาชายแดนใต้ลึกซึ้ง นราฯหวังเป็นตัวกลางเชื่อมจนท.-ชาวบ้าน
นายไพศาล อับดุลรอ ประธานกรรมการอิสลามประจำ จ.ระยอง ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ถึงความเคลื่อนไหวในการสรรหาจุฬาราชมนตรีคนใหม่ แทนนายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ อดีตจุฬาราชมนตรี ที่ถึงแก่อนิจกรรม ในวันที่ 16 พฤษภาคมที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลาม คลอง 9 เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ว่า นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เชิญกรรมการอิสลามประจำ จ.ระยองเข้าร่วมประชุมในวันที่ 10 พฤษภาคม ก่อนเดินทางเข้าไปเลือกสรรจุฬาราชมนตรีคนใหม่
นายไพศาลกล่าวว่า ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นจุฬาราชมนตรีจะต้องมีผู้รับรองอย่างน้อย 20 คน รอบแรกให้ตัวแทน 38 จังหวัดเป็นผู้คัดเลือก จ.ระยองมีกรรมการอิสลามประจำจังหวัดรวม 15 คน ใส่ชื่อลงในกล่องล้วงชื่อผู้ใดขึ้นมา คนนั้นจะเป็นตัวแทนของ จ.ระยอง ไม่มีการล็อคชื่อ แม้จะมีผู้เสนอชื่อกี่คนก็ตาม แต่ตัวแทน 1 คน รวม 38 จังหวัด จะเป็นผู้คัดเลือกให้เหลือเพียง 3 คน และให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 740 คน เป็นผู้คัดเลือกในรอบที่สองให้เหลือเพียงคนเดียว
"ในความรู้สึกจะเลือกใครขณะนี้มีอยู่ในใจแต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ ระยองเป็นจังหวัดที่มีเอกภาพ ซ้ายคือซ้าย ขวาก็คือขวา จะสามารถไปในทิศทางเดียวกันหมด โดยในวันที่ 16 พฤษภาคมจะสรุปเป็นมติเอกฉันท์" นายไพศาลกล่าว
นายไพศาลกล่าวว่า จุฬาราชมนตรีเป็นตำแหน่งสูงสุดศาสนาอิสลาม ต้องเป็นคนที่สังคมยอมรับ ประวัติดี ผลงานต้องเป็นที่ประจักษ์ นอกจากนี้แล้วจุฬาราชมนตรีต้องประสานกับสมาชิกของที่ประชุมมุสลิม 57 ประเทศทั่วโลก หรือโอไอซี ดังนั้นจึงต้องใช้ภาษา สื่อสารกันรู้เรื่อง ขณะเดียวกันจุฬาราชมนตรีไม่ใช่เพียงนักบริหารด้านศาสนาอิสลามอย่างเดียว หากต้องทำได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะกรณีปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังหวาดระแวงไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันมากนัก ถ้าจุฬาราชมนตรีคนใหม่สามารถเข้าไปดูสถานการณ์และแก้ปัญหาภาคใต้ได้ก็จะเป็น เรื่องที่ดีที่สุด
ขณะที่นายนิมุ มะกาเจ อดีตรองประธานคณะกรรมการอิสลามประจำ จ.ยะลา ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดยะลา กล่าวว่า ผู้ที่เหมาะสมเป็นจุฬาราชมนตรี ต้องมีภูมิรู้ วิสัยทัศน์กว้างไกล ป็นนักประสานที่ยอมรับในระดับประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งระดับภูมิภาค ผู้เป็นจุฬาราชมนตรีควรสันทัดในเรื่องสื่อการใช้ภาษา
"เพียงแต่ถ้ามีกลุ่มอูลามอ (ผู้รู้ทางศาสนาอิสลาม) หรือคณะผู้ทรงคุณวุฒิที่แม่นยำจำนวนหนึ่ง และมอบภารกิจบทบาทหน้าที่ ก็เพียงพอแล้ว วิธีการที่เหมาะสมตามบัญญัติศาสนาอิสลามไม่อยากให้มีระบบการเมืองเข้ามาแทรก แซง สร้างสถานภาพความสามารถของตัวเอง ด้วยกระบวนการทางสังคมและบัญญัติทางศาสนา หากได้บุคคลลักษณะนี้จะได้บุคคลตามวัตถุประสงค์และไม่มีการเมืองเข้ามาแทรก แซง เพราะผู้นำศาสนาในระดับนี้ คนไทยมุสลิมต่างๆ จะต้องพึ่งพามาก ในการเป็นผู้นำทางองค์กรศาสนา" นายนิมุกล่าว
นายนิมุกล่าวว่า ในภูมิภาคพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีชาวไทยมุสลิมมากกว่าพื้นที่อื่น และต้องการความช่วยเหลือมากกว่ามุสลิมในภูมิภาคอื่น ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนความหวาดระแวงในพื้นที่ต้องลดลงและหายไปในที่สุด เรื่องนี้จุฬาราชมนตรีจะต้องเป็นผู้ดูแลช่วยกันบำบัดทุกข์
นายแวหะมะ จาลง ครูสอนศาสนาโรงเรียนเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม อดีตโต๊ะอิหม่ามมัสยิดกลาง อ.ยะหา จ.ยะลา กล่าวว่า ผู้ที่เหมาะสมจะเป็นผู้นำต้องเป็นคนที่มีความรู้ มีความซื่อสัตย์ ต้องเข้าใจปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างลึกซึ้ง เพื่อจะได้ร่วมกับผู้เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น สิ่งที่อยากจะให้ผู้นำแก้ไขปัญหามากที่สุดคือ ส่งเสริมให้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เรียนศาสนาอิสลามที่แท้จริงโดย ตรง และสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างจริงจังด้วย
นายอับดุลรอซัค อาลี ประธานสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ จะเดินทางไปร่วมในการสรรหาจุฬาราชมนตรี
"ผมคิดว่าการสรรหาจุฬาราชมนตรีครั้งนี้ มีความโปร่งใส และใสสะอาดมากที่สุด ไม่มีกระแสเรื่องเงินๆ ทองๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนจุฬาราชมนตรีที่อยากได้มากที่สุด ต้องเป็นผู้มีความกล้า เข้มแข็งในการแก้ปัญหาต่างๆ ต้องมีบทบาทเป็นคนกลาง ในการสร้างความปรองดองของคนในชาติ ทั้งระหว่างมุสลิมกับมุสลิม มุสลิมกับชนชาวศาสนานิกอื่นๆ ด้วย" นายอับดุลรอซัคกล่าว
นายอับดุลรอซัคกล่าวว่า สำหรับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากให้จุฬาราชมนตรีคนใหม่มีบทบาทเป็นตัวเชื่อม ในการชี้แจงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกองกำลัง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน เกิดความเข้าใจในเรื่องขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของชนชาวมุสลิม ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้เข้าใจถึงแนวทางและหลักปฏิบัติที่ถูกต้องตาม หลักศาสนาที่ถูกต้อง





ความคิดเห็นล่าสุด
1 สัปดาห์ 1 วัน ก่อน
1 สัปดาห์ 3 days ก่อน
1 สัปดาห์ 5 days ก่อน
1 สัปดาห์ 5 days ก่อน
3 weeks 1 วัน ก่อน
3 weeks 1 วัน ก่อน
6 weeks 5 days ก่อน
8 weeks 1 วัน ก่อน
8 weeks 1 วัน ก่อน
9 weeks 2 days ก่อน