ชาวจะนะโอด อาศิสปัดรับร้องเรียน หลังถูกเลือกนั่งจุฬาใหม่

รายงานพิเศษ: 
สังคม
รายงานโดย: 
ผู้สื่อข่าว พิเศษ chana
เรียบเรียงโดยทีมข่าว: 
สังคม
นายอาศีส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรีที่ถูกห้อมล้อมด้วยคนติดตาม และปัดรับเรื่องร้องเรียนของชาวจะนะ

       มื่อวัน อาทิตย์ที่ 16 พ.ค.2553 เวลา 08:00 น.ตัวแทนกลุ่มปกป้องที่ดินวะกัฟฯ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา จำนวน 15 คน เดินทางมาถึงศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ คลอง 9 เพื่อร่วมรับฟังผลการสรรหาจุฬาราชมนตรีคนใหม่ จากการคัดเลือกของคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทั่วประเทศ เมื่อทราบผลอย่างเป็นทางการ ในเวลาประมาณ 16:00 น.ว่านายอาศีส พิทักษ์คุมพล ได้รับเลือกเป็นจุฬาราชมนตรีคนที่ 18 ทางกลุ่มฯ จึงได้ติดต่อกับตัวแทนสมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศ ไทยให้เป็นผู้ประสานงานเพื่อขอยื่นหนังสือแสดงความยินดี และร้อง เรียนกรณีที่ดินวะกัฟ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลักการศาสนาอิสลามโดยตรง ที่ยืดเยื้อมายาวนาน แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไขจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ด้วยความหวังว่าสำนักจุฬาราชมนตรีชุดใหม่จะทำให้เรื่องดังกล่าว คลี่คลายลงได้

        ต่อมาเวลา ประมาณ 17:00 น. ทางกลุ่มฯ จึงได้รับอนุญาตให้เข้ามายื่นหนังสือตามที่ได้ ประสานงานไว้ แต่เมื่อเดินทางมาถึงนายอาศีส พิทักษ์คุมพล กลับปฏิเสธไม่ยอมรับหนังสือดังกล่าว และเดินหนีไปขึ้นรถเดินทางออกจากศูนย์บริหารกิจการศาสนาฯ อย่างรีบร้อนโดยไม่ยอมรับฟังคำชี้แจงใดๆ จากตัวแทนกลุ่มฯ ทั้งสิ้น นอกจากนั้นผู้ติดตามของนายอาศีส พิทักษ์คุมพล ยังพยายามข่มขู่คุกคามตัวแทนกลุ่มฯ อีกด้วยสร้างความรู้สึกผิดหวังในตัวว่าที่จุฬาราชมนตรีคนใหม่ให้ กับทางกลุ่มฯ เป็นอย่างยิ่ง

        นางจันทิมา ชัยบุตรดี ตัวแทนกลุ่มฯ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “พวกเราเดินทางไกลมาจากอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา มารอตั้งแต่เช้าด้วยหวังจะได้แสดงความยินดีกับจุฬา ราชมนตรีคนใหม่ และร้องเรียนความทุกข์ของพี่น้องมุสลิมในพื้นที่เพื่อให้ได้รับการแก้ไข ปัญหา เนื่องจากสำนักจุฬาราชมนตรีในชุดก่อนได้ทำการวินิจฉัยเรื่องนี้ไว้ ว่า “ไม่มีหลักฐานชัดเจนที่ แสดงว่าทางสาธารณะดังกล่าวได้มาโดยการวะกัฟของชาวมุสลิม” และเห็นด้วยกับกับการแลกเปลี่ยนที่ดินวะกัฟ ดังกล่าวให้แก่ บริษัท ทรานส์ ไทย – มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อใช้เป็นที่ตั้งโรงแยกก๊าซของ บริษัท ทรานส์ ไทย – มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งที่การวินิจฉัยครั้งนั้นไม่ได้มีกระบวนการสอบสวนรับทราบ ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เป็นการใช้กระบวนการรับฟัง สรุปข้อเท็จจริงด้าน เดียว ฝ่ายเดียว คือข้อมูลจากฝ่ายราชการ และบริษัทผู้ได้ประโยชน์จากการใช้ที่ดินวะกัฟ ไม่เคยรับฟังข้อมูลจากกลุ่มผู้ร้องเรียนซึ่งประกอบด้วยทายาท พยานของการวะกัฟเส้นทาง รวมถึงไม่เคยรับฟังข้อเท็จจริงของประชาชนผู้ เดือดร้อนจากการปิดกั้นเส้นทางของบริษัทฯ ซึ่งทำให้ประชาชนไม่สามารถสัญจร ใช้ประโยชน์ในเส้นทางวะกัฟดังกล่าวได้ต่อไป จึงเป็นการวินิจฉัยโดยมิ ได้เป็นไปตามหลักนิติศาสตร์อิสลาม ทำให้หลักการสำคัญของการวะกัฟตามหลักการศาสนาต้องถูกบิดเบือนไป ตามความประสงค์ของอำนาจฝ่ายรัฐและผลประโยชน์ของฝ่ายทุน”

        ทั้งนี้ตัวแทน กลุ่มฯ ที่เดินทางมาในครั้งนี้มีความกังวลการที่นายอาศีส พิทักษ์คุมพล ไม่ยอมรับหนังสือร้องเรียนในครั้งนี้ จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก เนื่องจากอาจทำให้ผู้ที่ทราบ เรื่อง ราวเข้าใจไปได้ว่า นายอาศีสเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยที่ผ่านมา โดยตั้งใจให้เป็นไป “เพื่อสมประโยชน์ของบริษัท ทรานส์ ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด” ซึ่งเป็นการสร้างความเสียหายแก่ตัวนายอาศีส พิทักษ์คุมพลเอง และสร้างความเสียหายต่อพี่น้องมุสลิมโดยรวม เช่นกัน


Chat module by BoWoB Chat for Drupal