ภาวะ "สะดุด" ของกระบวนการตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 หรือ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ที่ฝ่ายรัฐหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็น "กุญแจดอกสำคัญ" ในการดึงคนจากขบวนการก่อความไม่สงบสู่อ้อมแขนของรัฐ หลังจากผู้ต้องหาฯชุดแรก 4 คนยืนยันต่อศาลนาทวีว่าไม่สมัครใจเข้ารับการอบรมแทนการถูกดำเนินคดีอาญานั้น สร้างความปั่นป่วนสับสนให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ไม่น้อย
ศูนย์ข่าวอิศราได้จัดทำรายงานพิเศษหลังจากเหตุการณ์ พลทหารรุสลาม มอและ อายุ 22 ปี ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงใส่กลุ่มผู้บังคับบัญชาในห้องทำงานกลางฐานปฏิบัติการในท้องที่บ้านจำปากอ หมู่ 1 ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายนาย เมื่อวันพุธที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น ได้กระตุกให้สังคมต้องหันมาเหลียวดูปัญหาคุณภาพชีวิตของกำลังพลที่ปฏิบัติงานเสี่ยงตายอยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของตอลิบันเปิดเผยว่า เคยยื่นข้อเสนอให้นำตัวบินลาดินขึ้นศาลที่เป็นกลางระหว่างประเทศตัดสินในข้อกล่าวหาของสหรัฐ ก่อนเกิดการโจมตีในช่วง 11 กันยายน 2001 แต่สหรัฐไม่สนใจข้อเสนอดังกล่าว
วากิล อะห์หมัด มุตตะวากิล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนสุดท้ายของรัฐบาลอิสลามตอลิบัน กล่าวในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับอัลญะซีเราะห์ รัฐบาลอิสลามตอลิบันได้ยื่นข้อเสนอหลายข้อไปยังรัฐบาลสหรัฐ เพื่อให้มีการพิจารณาคดีผู้นำอัลกออิดะห์ในศาลที่มีความเป็นกลาง ตามข้อกล่าวหาสหรัฐในการโจมตีในช่วงปี 1990
ขณะที่นานานชาติเรียกร้องให้ประธานาธิบดีอาลี อับดุลเลาะห์ ซาเลห์ ผู้นำเยเมนลงจากอำนาจ การปะทะระหว่างกลุ่มติดอาวุธกับฝ่ายรัฐบาลกลางกรุงซานายังคงดำเนินต่อไปในวันนี้ (26) เมือหลวงเยเมนระอุไปด้วยไฟแห่งความขัดแย้ง ซึ่งเหตุการณ์ได้พัฒนาตามลำดับเวลา ดังนี้
27 มกราคม: ชาวเยเมนชุมนุมประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีอาลี อับดุลเลาะห์ ซาเลห์ ตามกระแสการปฏิวัติโลกอาหรับที่แพร่สะพัดมาจากการโค่นล้มอำนาจผู้นำตูนิเซียและอียิปต์ด้วยพลังประชาชน
แม้จะเป็นคู่ปรับตลอดกาลทางหน้าสื่อมวลชนระหว่างอิสราเอล และอิหร่าน มีการกล่าวหาโจมตีกันและกัน รวมถึงใช้กันและกันเป็นข้ออ้างในการสะสมอาวุธเพื่อใช้ป้องกันตัวจากการเล่น งานของฝ่ายตรงข้าม นับเป็นข้ออ้างที่หลายคนเข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ ที่อาจก่อให้เกิดเป็นสงครามใหญ่ของโลกที่มีการระดมใช้ขีปนาวุธเข้าโจมตีกัน อย่างเต็มที่
นี่เป็นสิ่งที่เห็น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในเบื้องลึกเบื้องหลัง กับสิ่งที่เกิดขึ้นมีความเป็นมาอย่างไร ทีมข่าวต่างประเทศ ไทยแลนด์นิวส์ดารุสสลาม จะนำข้อมูลอีกด้านที่ไม่ถูกเปิดเผยมานำเสนอท่านผู้อ่านให้ทราบในรายงานพิเศษชิ้นนี้
สถานการณ์ความตึงเครียดจากที่กองกำลังอิสราเอลยังคงปิดล้อมมัสยิดอัล-อักศอต่อเนื่อง และจำกัดคนที่จะเข้าทำละหมาดในมัสยิดซึ่งเป็นมัสยิดสำคัญในศาสนาอิสลามลำดับที่ 3 สร้างความไม่พอใจให้กับชาวปาเลสไตน์อีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา
การปะทะกันเกิดขึ้นอีกครั้งระหว่างกองกำลังอิสราเอลที่มีอาวุธครบมือ และประชาชนชาวปาเลสไตน์ที่มีเพียงร้องเท้าเป็นอาวุธ เกิดขึ้นบริเวณ Ras el-Amud ในมัสยิดอัล-อักศอ
อิสราเอลได้ใช้ระเบิดแก็สน้ำตา และกระสุนปืนยางยิงเข้าใส่ชาวปาเลสไตน์ ทำให้ชาวปาเลสไตน์ที่ไม่มีอาวุธตอบโตด้วยการขว้างปาเศษหินก้อนเล็กๆ และร้องเท้าเป็นการตอบโต้ ขณะที่ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากถูกอิสราเอลจับตัวไป
เหตุความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ยังคงรุนแรงถึงขั้นนองเลือดมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้ชาวไทยมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ต่อต้านชาวไทยพุทธ สถานการณ์เช่นนี้ยังกำลังทำให้มาเลเซียรู้สึกวิตกกังวล อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่จะลุกลามกลายเป็นประเด็นความตึงเครียดกับรัฐบาลกลางในกรุงเทพฯด้วย
พวกนักวิเคราะห์บอกว่า ความหวั่นเกรงที่ว่าความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ของไทย อาจจะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้กลุ่มนักรบที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอัลกออิดะห์ พยายามหาทางขยายความขัดแย้งนี้ให้กว้างออกไปนั้น จวบจนถึงเวลานี้ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นเช่นนั้น
“สงครามแย่งชิงมวลชน” คือวลีที่ใช้อธิบายสถานการณ์การต่อสู้ระหว่าง “รัฐ” กับ “กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ” ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งโดยนัยหมายถึงว่าการจะเอาชนะในสมรภูมิแห่งนี้ หาใช่ด้วยวิธีรบพุ่งโดยใช้อาวุธทำลายล้างอีกฝ่าย แต่หมายความว่าใครครองใจประชาชนได้มากกว่า...คนนั้นต่างหากคือผู้มีชัย
เหตุนี้เอง...ปฏิบัติการของฝ่ายกองกำลังซึ่งมี “ทหาร” เป็นหน่วยนำ จึงไม่ได้มีแค่ปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม ซุ่มโจมตี หรือลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยดังที่ทุกคนได้เห็นกันจนชินตาเท่านั้น แต่ยังมีภารกิจทาง “จิตวิทยา” เพื่อเอาชนะจิตใจพี่น้องประชาชนด้วย
ขณะที่ชาวมุสลิมทั่วโลกกำลังเตรียมตัวสำหรับการเฉลิมฉลองอิฏิ้ลฟิตริ ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ แต่ชาวมุสลิมในฟิลิปปินส์ยังคงต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่อให้ตนเองได้พบกับชีวิตที่ดีกว่า
"นี่เป็นปีที่แย่มากสำหรับพวกเรา" Rakhma Colot มุสลิมวัย 31 ปี กล่าวกับผู้สื่อข่าว
Colot เป็นหนึ่งในชาวฟิลิปปินส์ 250,000 คนที่ต้องออกจากบ้านเรือนของตัวเอง มาพักอาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพ หลังจากรัฐบาลได้ส่งทหารเข้าโจมตีในพื้นที่ของพวกเขา เพื่อเล่นงานกลุ่มอิสลามิกโมโร
สำหรับแม่ของลูก 3 คนและอีกหนึ่งคนในครรภ์ ที่ต้องดำเนินชีวิตอย่างต่อสุ้ดิ้นรนเพื่อให้ได้อาหารมาเลี้ยงดูลูกน้อยของเธอ
สิ่งที่มีความโหดร้าย รุนแรง ร้ายแรงกว่าสงครามที่เข่นฆ่า ทำลายล้างชีวิตกันด้วย รถ ถัง ปืน เครื่องบิน ระเบิด จรวดโจมตี และอาวุธทำลายล้างสูงต่างๆ ที่ฆ่าทำลายล้างชีวิตมนุษย์โลกได้คราวละมากๆ อย่างน่าหวาดกลัว แต่ความน่าหวาดกลัวโหดร้ายของมันยังไม่เทียมเท่ากับสงครามแห่งการแย่งชิงจิต ใจผู้คน โดยการใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อซึ่งสามารถควบคุมความรู้สึกนึกคิดของผู้คนให้เป็นไปตามที่ต้องการได้
3 weeks 1 วัน ก่อน
8 weeks 3 days ก่อน
12 weeks 2 days ก่อน
13 weeks 3 days ก่อน
14 weeks 2 days ก่อน
15 weeks 1 วัน ก่อน
15 weeks 1 วัน ก่อน
15 weeks 1 วัน ก่อน
15 weeks 1 วัน ก่อน
16 weeks 1 ชั่วโมง ก่อน